จากข่าว คดีฆาตกรรม สองพี่น้องชาวรัสเซียและครอบครัวหนึ่งในไทยที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังอยู่ตอนนี้ สัมผัสได้ถึงความโหดร้ายและน่ากลัวของมนุษย์ที่ถูกเรียกว่า ฆาตกรต่อเนื่อง เหตุการณ์นี้ทำให้นึกถึงเรื่องราว ฆาตกร ต่อ เนื่อง เกาหลี ที่โด่งดังและน่ากลัวจนถึงขั้นติด 1 ใน 5 คดีฆาตกรรมอื้อฉาวที่สุดในเกาหลีใต้ เรากำลังพูดถึงคดีฆาตกรรมฮวาซอง ฆาตกรที่สังหารเหยื่อไปกว่า 10 ราย แต่กลับลอยนวลมานานกว่า 33 ปี
คดีฆาตกรรมฮวาซอง ฆาตกรต่อเนื่องที่ลอยนวลกว่า 33 ปี
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างปี 1986 ถึง 1994 ที่เมืองฮวาซอง (the Hwaseong) จังหวัดคยองกี ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อข่าวท้องถิ่นแจ้งว่ามีผู้หญิงวัยอายุ 71 ปี ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมขณะเดินทางกลับจากเยี่ยมลูกสาว สภาพศพของเธอถูกมัดมือมัดเท้า เหตุการณ์ในครั้งนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้
เวลาเพียงไม่นาน ก็เกิดเหตุซ้ำในลักษณะคล้ายกันคือ มีผู้หญิงตกเป็นเหยื่อสังหารโหด พวกเธอถูกข่มขืนแล้วฆ่า ศพส่วนใหญ่มักโยนทิ้งไว้ตามทุ่งนา แต่ความแปลกคือ ทุกศพถูกฆ่าตายด้วยวิธีการเดียวกันคือ พวกเธอถูกสังหารด้วยเครื่องแต่งกายของพวกเธอเอง เช่น เชือก เสื้อผ้า ถุงน่อง รองเท้า คนร้ายใช้อุปกรณ์เหล่านี้รัดคอเหยื่อจนเสียชีวิต แล้วนำศพไปทิ้งตามท้องไร่ท้องนาในฮวาซอง

หญิงสาวผู้โชคร้ายทั้ง 10 รายที่ตกเป็นเหยื่อของฆาตกรสุดเหี้ยม
นับเวลาตั้งแต่ปี 1986 ถึง 1994 เมืองฮวาซองตกอยู่ในสภาวะมืดดำ เมื่อเกิด คดีฆาตกรรม ติดต่อกัน เหยื่อทั้งหมดคือผู้หญิงที่เดินกลับบ้านตอนกลางคืน เพราะเวลาเกิดเหตุส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 19:00 – 23:00 น. มีเพียง 1 รายที่ถูกสังหารเวลา 06:00 น.
กลายเป็นเวลาผู้หญิงเกาหลีใต้ต้องตกอยู่ในความรู้สึกหวาดผวา ไม่มีใครกล้าออกนอกบ้านตอนกลางคืน เพราะ ฆาตกรต่อเนื่อง สุดโหดเหี้ยมมันยังลอยนวล มันยังคงแฝงตัวอยู่ในเมืองนี้ และนี่คือตัวอย่างเหยื่อ 10 รายที่ถูกมันสังหารโหดในช่วงเวลาเพียง 5 ปี
อี กวานอิม (Lee Wan-im)
อี กวานอิม เธอคือเหยื่อรายแรกที่ถูก ฆาตกร ต่อ เนื่อง เกาหลี สังหารโหด เธอเป็นแม่บ้านอายุ 71 ปีในท้องถิ่นที่ถูกสังหารคาดว่าวันที่ 14-15 กันยายน 1986 เวลาประมาณ 06:00 น. ศพของเธอถูกพบในทุ่งนาในตำบลแทอัน เมืองฮวาซ็อง จังหวัดคยองกี ด้วยสภาพเปลือยเปล่าบริเวณท่อนล่าง ร่างกายถูกมัดด้วยเสื้อผ้าของตัวเอง สภาพร่างกายเริ่มเน่าเปื่อย เนื่องจากถูกทิ้งไว้กลางแจ้งเป็นเวลากว่า 4 วัน ก่อนจะมีคนพบศพในวันที่ 19 กันยายน 1986 ผลการชันสูตรออกมาว่าเธอเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ เนื่องจากถูกเชือกรัดคอ และมีร่องรองการถูกล่วงละเมิดก่อนเสียชีวิต
พัก แฮซุก
หนึ่งในเหยื่อ คดีฆาตกรรม รายที่ 2 เธอเป็นอดีตพนักงานโรงงานวัย 25 ปี ถูกพบเป็นศพวันที่ 23 ตุลาคม 1986 บริเวณคลองส่งน้ำแห่งหนึ่งในเขตเมืองฮวาซ็อง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 3 วัน การสืบสวนพบว่าสภาพศพด้านบนสวมเสื้อผ้าปกติ แต่ส่วนล่างถูกถอดออก มือและเท้าถูกมัดด้วยถุงเท้าของเธอเอง ผลการชันสูตรพบร่องรอยการทำถูกทำร้ายและล่วงละเมิด ก่อนที่จะโยนศพทิ้งไว้บริเวณคลองระบายน้ำในตำบลแทอัน เวลาเกิดเหตุคาดว่าประมาณ 20:00 – 21:00 น.ของวันที่ 20 ตุลาคม 1986 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าเธอถูกทำร้ายขณะนั่งรถบัสกลับบ้าน เนื่องจากศพของเธอถูกทิ้งไว้ไม่ไกลจากป้ายรถโดยสารที่เธอลงครั้งสุดท้าย ฆาตกรใช้ถุงน่องของเหยื่อมัดมือและเท้า แล้วรัดคอจนขาดอากาศหายใจ เป็นเหตุให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
คว็อน จ็องบุน
Kwon Jung-Boon หญิงสาวผู้โชคร้ายที่ถูกฆาตกรรมอย่างทารุณขณะนั่งรถบัสกลับบ้าน ศพของเธอถูกพบริมทุ่งนาในเขตอันฮวา รี ตำบลแทอัน เมืองฮวาซ็อง สภาพศพของเธอถูกทิ้งไว้นานเกือบ 4 เดือนถึงมีคนมาพบ สภาพเน่าเปื่อย มีถุงพลาสติกครอบศีรษะไว้ มือทั้ง 2 ข้างถูกมัดไว้ด้านหลัง และกางเกงในของเธอเองถูกสวมไว้บนศีรษะ ร่างกายพบร่องรอยการถูกทำร้ายและกระทำชำเราก่อนเสียชีวิต
4. อี คเยซุก
อี คเยซุก พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งวัย 23 ปี เธอตกเป็นเหยื่อของ ฆาตกร ต่อ เนื่อง เกาหลี ขณะที่เธอกำลังเดินลงจากรถบัสป้ายหนึ่งเพื่อกลับบ้านเวลาประมาณ 23:00 น. คาดว่าเธอคงพบกับเหตุการณ์ไม่ต่างจากเหยื่อ 3 รายที่ผ่านมาคือ ถูกฆาตกรรมโดยฆาตกรคนเดิม ชาวบ้านพบศพของเธอถูกหมกทิ้งไว้ในคลองส่งน้ำแห่งหนึ่ง ที่สำคัญคือกางเกงท่อนล่างถูกถอดออก มือทั้ง 2 ข้างถูกมัดไว้ด้านหลังอย่างแน่นหนา และฆาตกรได้ใช้กางเกงชั้นคลุมหัวเธอไว้เหมือนศพที่ผ่านมา
5. ฮง จินย็อง
ฮง จินย็อง (Hong Jin-Young) เธอคือเหยื่อของ คดีฆาตกรรม ที่อายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้น เธอก็ไม่ต่างจากเหยื่อคนก่อนหน้าที่ถูกฆาตกรรมหลังจากนั่งรถบัสกลับบ้านเวลากลางคืน ฆาตกรมัดมือเธอไว้ อุดปากด้วยถุงเท้า และถูกรัดคอจนขาดอากาศหายใจเสียชีวิต มีคนพบร่างไร้วิญญาณของเด็กสาวบริเวณร่องน้ำในแทอันอึบ
6. ปาร์ค อึนจู
เธอเป็นเพียงแม่บ้านวัย 29 ปีที่เพียงแค่เดินทางเพื่อนำร่มไปให้สามี แต่กลับต้องกลายเป็นเหยื่อของ ฆาตกรต่อเนื่อง ที่ทารุณกรรมเธอ โดยการใช้ถุงน่องของเธอเองรัดคอจนเสียชีวิต ศพของเธอถูกนำไปซ่อนไว้ใต้พุ่มไม้บนเนินเขา สภาพศพไม่ต่างจากรายอื่นคือ เสื้อผ้าท่อนบนสมบูรณ์ดี แต่ท่อนล่างกลับถูกถอดออก มือสองข้างถูกมัดไว้อย่างหนาแน่น และที่น่าหดหู่ใจคือ พบร่มคันที่เธอกำลังถือไปให้สามีตกอยู่ข้างกายอย่างน่าเวทนา
7. อัน กีซุน
วันที่ 7 กันยายน 1987 เวลาประมาณ 21:30 น. เกิดเหตุฆาตกรรมแม่บ้านวัย 54 ปี ขณะที่เธอกำลังเดินกลับบ้านหลังจากลงรถบัสเมื่อเสร็จภารกิจในกรุงโซล ศพของเธอถูกพบโดยชาวบ้านในวันที่ 8 กันยายน บริเวณคันนา ตำบลแทอัน เมืองฮวาซ็อง สภาพบนสวมเสื้อผ้าปกติ แต่ท่อนล่างถูกถอดออก ปากถูกอุดปิดด้วยถุงเท้าและผ้าเช็ดหน้าของตัวเอง มือทั้ง 2 ข้างถูกมัดแน่นสนิทไขว้ไว้ด้านหลัง
8. ปาร์ค ซังฮี
ในบรรดาเหยื่อทั้ง 10 คนของ ฆาตกร ต่อ เนื่อง เกาหลี รายนี้ ปาร์ค ซังฮี คือคนที่อายุน้อยที่สุด เธอเป็นเพียงเด็กมัธยมต้นอายุเพียง 14 ปีเท่านั้น ที่น่าสนใจคือเธอเป็นเหยื่อเพียงคนเดียวที่ถูกฆาตกรรมภายในบ้านของตัวเอง ช่วงกลางดึกคืนหนึ่ง เวลาประมาณ 01:30 น. ของวันที่ 16 กันยายน 1988 คนร้ายบุกเข้าไปในห้องนอนของเธอ ทำการล่วงละเมิดและทำร้ายร่างกาย เธอเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ คดีของปาร์ค ซังฮี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับให้ “ยุน ซ็องยอ (Yoon Seong-Yeo)” ชายผู้พิการมาเป็นแพะรับบาป โดยให้รับคำสารภาพว่าเป็นการเลียนแบบพฤติกรรม ทำให้เขาต้องติดคุกยาวนานถึง 20 ปี ก่อนที่ศาลจะตัดสินให้เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ในปี 2020
9. คิม มีจอง
หนึ่งในเหยื่อของ คดีฆาตกรรม ที่อายุไล่เลี่ยกับปาร์ค ซังฮี บวกกับเหตุการณ์เกิดติดต่อกัน เธอเป็นนักเรียนชั้นมัธยมต้นของโรงเรียนแห่งหนึ่งในฮวาซ็อง มีคนพบศพของเธอบริเวณเนินเขาในเขตแทอัน คนร้ายใช้ฟางและกิ่งไม้วางทับร่างเพื่อกลบ มือและเท้าถูกมัดแน่นด้วยถุงน่องของเธอเอง ท่องล่างเปลือยเปล่า แต่ที่น่าหดหู่คือ คนร้ายยัดสิ่งแปลกปลอมเข้าไปด้านในท่อนล่าง นับว่าเป็นการทารุณกรรมที่โหดร้ายที่สุด เคสของคิม มีจอง เรียกได้ว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ทำให้คนเกาหลีเริ่มหันมาสนใจข่าวนี้
10. คว็อน ซุนซัง
เคสสุดท้ายของ ฆาตกรต่อเนื่อง คือเคสของคว็อน ซูนซัง หญิงชราวัย 69 ปี ที่ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมขณะที่ลงจากรถโดยสารประจำทางเพื่อเดินทางกลับบ้านเวลาประมาณ 21:00 น. ร่างของเธอถูกพบบริเวณเนินเขาริมทุ่งนาในเขตดงทัน-มย็อน แน่นอนว่าสภาพศพคงพอจะเดาออกว่าไม่ต่างอะไรจากเหยื่อทั้ง 9 รายที่เราได้พูดถึงกันก่อนหน้านี้
ลี ชุน-แจ ฆาตกรต่อเนื่องก่อคดีโหดมานานกว่า 33 ปี
การเสียชีวิตปริศนาของหญิงสาวในฮวาซ็องกลายเป็นข่าวโด่งดังในทั่วเกาหลีใต้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่จะยัดข้อหาให้กับแพะรับบาป แต่ท้ายสุดแล้ว การสืบสวนพบว่า ฆาตกร ต่อ เนื่อง เกาหลี ที่แท้จริงก็คือ “ลี ชุน-แจ” ฆาตกรผู้ลงมือสังหารโหดอย่างไร้ความปราณี

Lee Choon-jae เคยรับราชการทหารเป็นพลเรือนขับรถถังให้กับกองทัพเกาหลี ก่อนจะปลดประจำการในเดือนมกราคม 2529 ก่อนจะสมัครบริษัทเอกชนในตำแหน่งผู้คุมเครน เขาเคยมีชีวิตที่ดี มีครอบครัวอบอุ่น มีภรรยาและลูกชายด้วยกัน 1 คน หากแต่คำบอกเล่าว่าเขามีอารมณ์รุนแรง ติดสุรา และมักทำร้ายร่างกายคนในครอบครัวเสมอ แต่ตัวเขาเองก็เคยต้องโทษข้อหาปล้นและทำร้ายร่างกาย เมื่อครั้งที่เขาบุกเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งในซูวอน
เขาเริ่มก่อ คดีฆาตกรรม หญิงสาวในฮวาซ็องตั้งแต่ปี 1986 เป็นต้นมา หญิงสาวตั้งแต่วัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงวัยถูกทำร้ายร่างกาย ทารุณกรรม ล่วงละเมิดทางเพศ และถูกฆาตกรรมจนเสียชีวิต สภาพศพจะคล้ายกันคือ เสื้อผ้าท่อนบนยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ดี แต่ท่อนล่างกลับเปลือยเปล่า เหยื่อทั้งหมดเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ เนื่องจากฆาตกรมักจะใช้อุปกรณ์ของเหยื่อเองสังหาร เช่น ถุงน่อง ถุงเท้า ผ้าเช็ดหน้า แล้วนำศพไปโยนทิ้งไว้ตามทุ่งนา เนินป่า
การสืบสวนสอบสวนที่ใช้เวลากว่า 2 ล้านวัน
ในปี 1993 หลังจากที่ภรรยาเขาจากไป ลีได้ชวนให้น้องสะใภ้วัย 18 ปีมาอยู่ด้วยกันที่บ้าน เขาวางยาเด็กสาว ก่อนจะข่มขืนและฆ่าเธอ ในช่วงแรกลีเสนอต่อพ่อตาว่าจะช่วยออกค้นหาหลานสาว แต่ท้ายสุดแล้วลีก็ถูกจับได้ เขาถูกตั้งข้อหาข่มขืนและฆาตกรรม ในตอนนี้ลีถูกตัดสินโทษประหารชีวิต ก่อนที่จะลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตในเวลาต่อมา
ข่าวหญิงสาวถูกล่วงละเมิดและฆาตกรรมโด่งดังในฮวาซ็อง เนื่องจากเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีประชากรเพียงแค่ 226,000 คนเท่านั้น แต่ข่าวกลับดังไปทั่วเกาหลีใต้ ทั้งสื่อและประชาชนต่างกดดันเจ้าหน้าที่ให้เร่งออกจับกุม ฆาตกรต่อเนื่อง รายนี้มาลงโทษ แต่ทางเจ้าหน้าที่กลับจนตรอก ไม่สามารถตามจับคนร้ายได้สักที การสืบสวนใช้เวลากว่า 2 ล้านวัน ถือว่าเป็นการสืบสวน คดีฆาตกรรม ที่กินเวลานานสุดในเกาหลีใต้ อีกทั้งยังต้องสอบสวนพยานมากถึง 20,000 คนเพื่อเฟ้นหาข้อเท็จจริง แต่ก็ยังไม่สามารถไขคดีได้

คดี ฆาตกร ต่อ เนื่อง เกาหลี เกิดขึ้นช่วงปี 1986 ซึ่งต้องยอมรับว่าในยุคนั้นการพิสูจน์อัตลักษณ์อย่าง DNA ยังไม่ทันสมัยเท่ายุคนี้ ยิ่งสมัยนั้นเกาหลีใต้เองก็ไม่ได้มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหมือนปัจจุบัน จึงไม่แปลกใจหากการสืบสวนจะเป็นไปค่อนข้างลำบาก
ในช่วงแรกพนักงานฝ่ายสืบสวนพยายามทำทุกวิถีทาง ตั้งแต่ให้เจ้าหน้าที่ผู้หญิงแต่งกายด้วยชุดสีแดงเพื่อล่อเหยื่อ มีการสร้างหุ่นฟางขนาดเท่าคนจริง หรือแม้กระทั่งให้ร่างทรงให้ญาณทิพย์เพื่อหาเบาะแสคนร้ายก็มีมาแล้ว ร่างทรงรายหนึ่งอ้างว่าคนร้ายมีเพียง 9 นิ้ว (ปกติคนเราต้องมี 10 นิ้ว)
แต่คงไม่มีการสืบสวนไหนเลวร้ายไปกว่าการหาแพะรับบาปอีกแล้ว เนื่องจากคดีนี้ค่อนข้างเป็นกระแสโด่งดังในเกาหลี ทางเจ้าหน้าที่ถูกกดดันทั้งจากสื่อและภาคประชาชนว่าเป็นการสืบสวนที่ล้มเหลว พวกเขาจึงใช้วิธีหาแพะรับบาป ซึ่งที่รู้กันดีคือคดีจอง “ยุน ซ็องยอ” ชายพิการที่ถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมและข่มขืน เนื่องจากเขาเป็นชายพิการที่ไม่รู้หนังสือ จึงถูกให้เซ็นเอกสารและถูกทารุณกรรมให้ยอมรับความผิด ทำให้ยุนถูกศาลตัดสินจำคุกนานกว่า 20 ปี ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวในฐานะผู้บริสุทธิ์ในภายหลัง
ผลการสอบสวนระบุว่าลีคือฆาตกรตัวจริง
18 กันยายน 2019 ตำรวจประกาศว่าลีคือฆาตกรใน คดีฆาตกรรม ฮวาซ็องที่สังหารผู้หญิง 10 ราย และอีก 4 รายที่คดียังไม่คลี่คลาย ในตอนแรกเขาไม่ยอมรับสารภาพ แต่เขาไม่สามารถปฏิเสธผล DNA ที่พิสูจน์แล้วว่าตรงกับคดีฆาตกรรมหญิงสาวทั้งหมดทั้งที่เกิดขึ้นในฮวาซ็อง ซ็องจู และพื้นที่ใกล้เคียง
แม้หลักฐานจะหมัดตัวแน่นชัดเจนว่าเขาคือ ฆาตกร ต่อ เนื่อง เกาหลี ที่ก่อคดีอุกฉกรรจ์ตั้งแต่ปี 1986 แต่ไม่สามารถฟ้องร้องได้เนื่องจากคดีหมดอายุความไปแล้วตั้งแต่ปี 2006 แล้ว อีกเหตุผลหนึ่งคือตัวลีเองก็ถูกรับโทษจำคุกตลอดชีวิตในคดีฆาตกรรมและข่มขืนน้องสะใภ้เมื่อปี 1994 ท้ายสุดแล้วเขายอมรับสารภาพเองว่าตัวเขาเป็นคนก่อคดีฆาตกรรมและข่มขืนใน 3 ทศวรรษต่อมา พร้อมทั้งเปรยคำพูดต่อหน้าศาลว่า “ผมไม่คิดว่าอาชญากรรมเหล่านี้จะถูกปกปิดไปตลอดกาล” คำพูดของลีในวัย 54 ปีที่พูดต่อหน้าศาล
ถึงอย่างไรก็ตาม การเปิดเผยความจริงทั้งหมดนอกจากจะทำให้คดีถูกไขปริศนา ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริง ยังทำให้ยุน ซ็องยอ ชายพิการที่เคยถูกยัดข้อหาเป็นแพะรับบาปได้ความยุติธรรมคืน แม้ว่าในตอนแรกเขาพยายามปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเขาไม่ได้เป็นฆาตกร แต่ศาลกลับไม่เชื่อเช่นนั้น ในปี 2020 ยุนถูกปล่อยตัวในฐานะผู้บริสุทธิ์ เขาติดคุกฟรีมานานกว่า 20 ปี ภายหลังยุนได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาลเป็นจำนวน 2,600 ล้านวอน
กระแสและเสียงของคนเกาหลีใต้
คดีนี้ไม่ใช่เพียงแค่ข่าวท้องถิ่นรายวันในฮวาซ็องเท่านั้น แต่นับได้ว่าเป็น คดีฆาตกรรม สะเทือนขวัญในยุค 90 ที่ถูกสื่อและประชาชนเกาหลีใต้ให้ความสนใจและจับตามองการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝีก้าว เพราะการสอบสวนที่กินเวลานานกว่า 2 ล้านวัน ถือว่าเป็นการสืบสวนที่กินเวลานานที่สุดในเกาหลี ไม่ใช่เพียงแค่กินเวลา แต่ยังเปลืองทรัพยากรระดับประเทศเป็นจำนวนมหาศาลไปกับการสอบสวนที่ล้มเหลวของภาครัฐ

เรื่องงบประมาณดูจะกลายเป็นเรื่องเล็กไปเมื่อเทียบกับความรู้สึกของประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิงในฮซาซ็องและพื้นที่ใกล้เคียงที่รู้สึกหวาดผวา ฆาตกรต่อเนื่อง ที่ยังคงลอยนวลอยู่ในฮวาซ็อง พวกเธอไม่กล้าเดินทางกลับบ้านคนเดียวยามค่ำคืน แต่ที่ตลกร้ายสุดถึงขั้นว่ามีการคิดสโลแกนห้ามใส่เสื้อผ้าสีแดงวันฝนตก เพราะมีข่าวลือว่าฆาตกรจะเล็งหญิงสาวใส่ชุดสีแดง
Memories of Murder ภาพยนตร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคดีฆาตกรรมฮวาซ็อง
Memories of Murder ผลงานขึ้นหิ้งของผู้กำกับ “บงจูโฮ” เจ้าของผลงานระดับ Oscar อย่างเรื่อง Parasite ได้หยิบเรื่องราวคดี ฆาตกร ต่อ เนื่อง เกาหลี ในฮวาซ็องมาทำในฉบับภาพยนตร์ โดยบอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครเอกอย่าง “พัค ดูมัน” สายสืบท้องถิ่นที่ใช้วิธีสืบคนร้ายด้วยวิธีโบราณ เช่น การมองตาคนร้าย การจับสัญชาตญาณ ต้องมาทำงานคู่กับ “ซอ แทอุน” สายสืบหนุ่มจากกรุงโซลมาร่วมกันสืบคดีหญิงสาวถูกฆาตกรรมปริศนาในเขตฮวาซ็อง

นอกจากเรื่อง Memories of Murder แล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างซีรี่ส์แนวสืบสวนสอบสวนชื่อดังของเกาหลีใต้อย่าง Signal และ Tunnel สามารถหาชมได้ทาง Netflix หรือแม้แต่ภาพยนตร์หรือซีรี่ส์ตะวันตกบางเรื่องก็หยิบบางส่วนของคดีนี้ไปทำเป็นเรื่องราวใหม่มากมาย
สรุป
พอลองย้อนดู คดีฆาตกรรม ในไทยเราอาจจะให้ความรู้สึกว่ามันโหดร้าย รู้สึกเสียใจถึงความสูญเสีย และทึ่งในการกระทำบางอย่างของคนที่ถูกเรียกว่า ฆาตกรต่อเนื่อง แต่พอมองไปที่ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศที่ดูเป็นบ้านเมืองเจริญ แต่ในอดีตที่เทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้า การสืบสวนเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ยากกว่า อย่างเคสฮวาซ็องเรียกได้ว่าเป็นคดีที่กินเวลานานกว่า 3 ทศวรรษถึงจับตัวคนร้ายได้ด้วยผลพิสูจน์ DNA ในยุคปัจจุบัน คดีฮวาซ็องจึงถูกบันทึกให้เป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ทั้งโหดร้ายสุด ใช้เวลานานสุด และน่าเศร้ามากสุดเหตุการณ์หนึ่งเลยก็ว่าได้
ไม่พลาดบทความเรื่องเล่าสยองขวัญ คดีฆาตกรรม เรื่องลึกลับที่น่าสนใจได้ทาง Ghostsfolder

