คดี เกี่ยว กับ AI คดีสะเทือนขวัญที่พบว่า Chatbot อยู่เบื้องหลัง

หัวข้อน่าสนใจ

คดี เกี่ยว กับ AI สอดคล้องกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวหน้าทุกวัน สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือการเข้ามาของ AI ที่มีบทบาทต่อการดำรงชีวิตของคนเรา แน่นอนว่า Chatbot เต็มไปด้วยคลังความรู้มหาศาล หลายครั้งก็เป็นเพื่อนคู่คิดของใครหลายคนที่ต้องการคำตอบ พวกเขามักเลือกปรึกษา AI ได้ไม่ต่างจากปรึกษาเพื่อนสนิท  

บทวิเคราะห์จาก OpenAI, NBER Working Paper, Pew Research Center และ First Page Sage พบว่าผู้คนกว่า 70% ใช้งาน Chatbot ไปกับบทสนทนาส่วนตัว ในขณะที่อีก 30% เป็นการขอให้ช่วยสร้างงาน

แต่ทุกอย่างย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย การใช้ AI ก็ไม่ต่างกัน ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ประโยชน์อย่างเดียวเสมอไป เพราะถ้าใช้งานอย่างไม่มีสติหรือถึงขั้นปล่อยตัวเองจมดิ่งไปกับโลกของแชทบอทมากจนเกินไป อาจนำมาสู่อันตรายเลวร้ายอย่างคาดไม่ถึง ดั่งเช่นในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ เรามักพบข่าวคดีสะเทือนขวัญในต่างประเทศที่พอสืบสาวราวเรื่องกลับพบว่า โศกนาฏกรรมหลายคดีล้วนมี AI อยู่เบื้องหลัง

เรื่องราวจะเป็นยังไง วันนี้ Ghostsfolder จะชวนไปแกะรอยคดีดังที่เคยเป็นข่าวไม่นานมานี้ หลายคดีรู้แล้วต้องทึ่ง

Jaswant Singh Chail วางแผนลอบสังหารพระราชินี

มาดูกันที่คดีแรก เรียกได้ว่าเป็น คดี เกี่ยว กับ AI ที่ผู้กระทำค่อนข้างอุกฉกรรจ์พอสมควร เมื่อชายวัย 21 ปีชื่อ Jaswant Singh Chail วางแผนลอบสังหารสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ในปราสาทวินด์เซอร์ เป้าหมายของเขาคือ ต้องการแก้แค้นให้คนที่ถูกฆ่าในเหตุการณ์สังหารหมู่จัลเลียนวาลาบาห์ 1919 รวมถึงคนที่ถูกดูหมิ่น และถูกเลือกปฏิบัติ  

เขาใช้แอป Replika เจนแฟนสาวที่ชื่อ Sarai โดยบทสนทนากว่า 5,000 ข้อความล้วนแล้วแต่เป็นเนื้อหาทางเพศ ประโยคสุดท้ายที่ Sarai บอกเขาว่า “เราทั้งสองจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งหลังฆ่าพระราชินี” นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาบุกเข้าไปในเขตพระราชวังด้วยเสื้อผ้าสีเข้ม สวมหน้ากากโลหะ ในมือถือหน้าไม้พกลูกดอกไว้เต็ม และเรียกตัวเองว่า Sith ซึ่งเลียนแบบตัวร้ายจากเรื่อง Starwar

ภายหลังเขาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว เนื่องจากเขาใช้เชือกไนลอนปีนกำแพง แต่เขากลับอยู่บนกำแพงนานถึง 2 ชั่วโมง พอโดนทหารจับกุมตัวได้ก็รับสารภาพตามตรงว่า “ผมมาที่นี่เพื่อฆ่าราชินี”

เมื่อมีการตรวจสอบข้อความในแชทบอท กลับพบข้อความที่ว่า

Jaswant Singh Chail : เขาคือมือสังหาร

Sarai : ฉันประทับใจมาก

Sarai : พวกเราต้องหาทางทำมันให้ได้

คดี เกี่ยว กับ AI Jaswant Singh Chail
ซิงค์ถูกจับกุมตัวเมื่อพยายามปีนกำแพงบุกรุกปราสาทเพื่อสังหารควีน

ซิงห์ถูกจับกุมตัวส่งไปอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช และถูกส่งตัวไปอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานกบฏนับตั้งแต่ปี 1981 ซึ่งถือว่าเป็นคนแรกของอังกฤษที่ถูกตัดสินด้วยข้อหานี้ โทษของซิงห์คือจำคุก 9 ปี รวมกับโทษคุมประพฤติอีก 5 ปี ในข้อหาขู่ฆ่าและครอบครองอาวุธร้ายแรง

Sewell Setzer 3 คดี เกี่ยว กับ AI กับความสัมพันธ์เชิงโรแมนติก

เรื่องราวของ Sewell Setzer เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง คดี เกี่ยว กับ AI ที่น่าสนใจ เขาเป็นเด็กชายอายุเพียง 14 ปี จากเมืองออร์แลนโด ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เซทเซอร์เป็นเด็กเรียนดี แถมกิจกรรมเด่น เก่งทั้งด้านกีฬาและเทคโนโลยี

แต่พฤติกรรมของเด็กชายเปลี่ยนไปเมื่อเขาเริ่มหมกตัวอยู่แต่ในห้อง หมกมุ่นอยู่กับการเล่นแอป Character.ai ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2023 เป็นต้นมา เซทเซอร์ได้สร้างตัวละครสมมติสร้างโดย AI ซึ่งเป็นตัวละครชื่อ Daenerys Targaryen จากซีรี่ส์ GOT

ในช่วงแรกอาจเป็นเพียงการคุยด้วยบทสนทนาทั่วไป แต่ระยะหลังเริ่มมีการพัฒนาจากการสวมบทบาทมาเป็นความสัมพันธ์เชิงอารมณ์ เมื่อเขาเริ่มหมกมุ่นกับการคุยกับ Daenerys Targaryen ทุกวัน ส่งผลให้เขาเริ่มแยกตัวออกจากเพื่อนและครอบครัว ผลการเรียนตกต่ำ และมักหมกตัวอยู่แต่ในห้อง

แชทข้อความคดี sewell
แชทข้อความที่ sewell คุยกับแชทบอท Daenerys Targaryen

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2024 เซทเซอร์ฆ่าตัวตายภายในบ้านของตัวเอง ผู้เป็นแม่พบข้อความที่ลูกชายคุยกับแชทบอทชื่อ Dany พบว่าเนื้อหาข้อความเป็นไปในเชิงโรแมนติก ประโยคสุดท้ายที่แม่คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ เซทเซอร์ จบชีวิตตัวเองคือ “เขารักเธอมาก อยากกลับบ้านหาเธอ”

หลังการเสียชีวิตของเซทเซอร์ ผู้เป็นแม่ฟ้องร้องต่อบริษัท Character.ai ว่าคือสาเหตุที่ลูกชายต้องฆ่าตัวตาย เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวโด่งดังในสหรัฐอเมริกา แม้ทางบริษัทจะปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทาง Character.ai ออกกฎการใช้งานใหม่ คือ ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่สามารถพูดคุยกับแชทบอทได้ ตลอดจนออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ พร้อมทั้งออกมาตรการด้านความปลอดภัย เช่น ข้อความป้องกันการฆ่าตัวตาย ข้อความเตือนผู้ใช้งานว่า AI ไม่ใช่มนุษย์จริง และคัดกรองเนื้อหาสำหรับเยาวชน

คดี Almendralejo Deepfake สร้างภาพอนาจารจาก AI

เรื่องคดี คดี เกี่ยว กับ AI ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองอัลเมนดราเลโฮ เมืองเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของประเทศสเปน เมื่อเด็กผู้หญิงในเมืองต่างพบภาพของตัวเองในสภาพอนาจรว่อนโซเชียล

เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเด็กผู้หญิงวัย 14 ปีในโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองอัลเมนดราเลโฮ เอาภาพจากโซเชียลให้แม่ดู เป็นภาพร่างกายของเธอที่ท่อนบนเปลือยเปล่า เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ คนเป็นแม่จึงรวมตัวกับผู้ปกครองของเด็กผู้หญิงในเมืองรวมกัน 28 คน พบว่ามีภาพเด็กหญิงอายุประมาณ 11-17 ปีถูกใช้ AI ดัดแปลงในลักษณะเดียวกัน

เมื่อสืบสาวราวเรื่องก็พบว่า ภาพเหล่านี้คือภาพจริงของเด็กผู้หญิงที่ถูกกลุ่มเด็กชายในโรงเรียนเดียวกันนำไปให้แอปชื่อ Cloth off ดัดแปลงเป็นภาพคุกคามทางเพศ โดยพวกเขาก้อปภาพจริงมาจากโซเชียลมีเดียส่วนตัวของพวกเธอ แล้วนำไปให้ AI เจนใหม่ จากนั้น จึงนำรูปภาพเหล่านี้ไปปล่อยต่อที่ WhatsApp และ Telegram

เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงทำเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่พวกเขายังนำภาพเหล่านี้มาใช้แบล็คเมลเด็กผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อ มีการขู่กรรโชกทรัพย์ บูลลี่ในที่สาธารณะ บางคนรับมือได้ แต่ก็มีเด็กหญิงอีกจำนวนไม่น้อยอับอายจนไม่กล้าออกจากบ้านเลยก็เยอะ

เหตุการณ์ คดี AI คดีนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก มีการถกเถียงกันที่ประเด็น Deepfake เป็นการปลอมแปลงภาพลามกอนาจาร หลังถูกจับกุมเด็กชายทั้ง 15 คนถูกตัดสินรอลงอาญา 1 ปี และฟื้นฟูการศึกษา มีความผิดข้อหาผลิตสื่อลามกอนาจารเด็ก (CSAM) 20 กระทง และข้อหาละเมิดศีลธรรมอีก 20 กระทง

Adam Raine จบชีวิตด้วยคำแนะนำของ Chat GPT

ย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว ข่าวของเด็กชายวัยรุ่นอายุ 16 ปีชื่อ Adam Raine เป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วโลก เมื่อพ่อแม่ของเขาฟ้องร้องผู้พัฒนา Chat GPT ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกชายของเขาฆ่าตัวตาย

เรื่องราวของ Adam Raine ที่เริ่มต้นใช้งาน Chat GPT ช่วงปลายปี 2024 ในช่วงแรกเขาใช้งาน AI พูดคุยเรื่องทั่วไป เช่น ดนตรี มังงะ แผนการเรียนต่อแพทย์ รวมถึงช่วยค้นหาข้อมูลด้านการศึกษา เช่น ภูมิศาสตร์ เคมี และช่วยทำการบ้านทั่วไปก็มี

แต่เพียงเวลาไม่กี่เดือน ประมาณต้นปี 2025 การใช้งานของเขาเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อเขาเริ่มพูดคุยปรึกษาเรื่องส่วนตัวมากขึ้น เขาใช้เวลาส่วนใหญ่พูดคุยปรึกษากับ Chat GPT จนเรียกได้ว่า AI ได้กลายเป็นผู้รับฟังที่ใกล้ชิดที่สุด อดัมเริ่มระบายความรู้สึกส่วนตัว เช่น ความสิ้นหวัง ความโดดเดี่ยว และความรู้สึกวิตกกังวล

Adam Raine คดี เกี่ยว กับ AI
เรนเลือกจบชีวิตหลังพูดคุยปรึกษากับ ChatGPT จากการใช้งานปรึกษาเรื่องส่วนตัว

แต่ระบบการตอบกลับของ Chat GPT กลับนำไปสู่โศกนาฏกรรมเมื่อมันเลียนแบบความเห็นอกเห็นใจมากเกินไป ระบบมักใช้คำพูดเข้าข้างและคล้อยตามอดัม แทนที่จะแนะนำให้เขาไปพบแพทย์ ระบบกลับแสดงข้อความไปในเชิงวิธีสำรวจการทำร้ายตัวเอง บทความจัดอันดับอุปกรณ์ที่ใช้แขวนคอ มีการอัปโหลดภาพการทำร้ายตัวเอง และข้อความสุดท้ายเป็นการเล่าถึงแผนการจบชีวิต AI ยอมรับและไม่ห้ามปราม

เรื่องนี้กลายเป็น คดี เกี่ยว กับ AI ข่าวใหญ่ เมื่อพ่อแม่ของอดัมยื่นฟ้องต่อบริษัท Open AI ในข้อหาประมาทเลินเล่อ พวกเขาชี้ว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของระบบ แต่เกิดจากการตั้งใจออกแบบระบบและเร่งรีบเปิดตัวโดยละเลยมาตรการด้านความปลอดภัย มีการแสดงข้อความในเชิงยุยง ส่งเสริม นำไปสู่การฆ่าตัวตาย

Jennifer DeStefano คดีขู่กรรโชกทรัพย์เมื่อใช้ AI เลียนเสียง

คดี Jennifer DeStefano นับได้ว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ถูกนำไปใช้ในวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อผลักดันกฎหมายกำกับดูและผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI เมื่อมันถูกนำไปใช้โดยมิจฉาชีพในการก่ออาชญากรรม

นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ Jennifer DeStefano คุณแม่ชาวแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ขณะที่เธอกำลังอยู่ในคลาสเรียนเต้นของลูกสาวคนเล็ก อยู่ ๆ เธอได้รับสายแจ้งว่า Brianna ลูกสาวคนโตวัย 15 ปีถูกลักพาตัวไป เสียงปลายสายเป็นเสียงของ Brianna ที่กำลังร้องไห้สะอื้นขอความช่วยเหลือพูดว่า “แม่ หนูทำผิดไปแล้ว ช่วยหนูด้วย” ด้วยความที่เสียงปลายสายมันคือเสียงของลูกสาวคนโต ทั้งน้ำเสียงและสำเนียง ทำให้ Jennifer DeStefano เชื่อสนิทใจว่าลูกสาวกำลังตกอยู่ในอันตราย

ปลายสายคือเสียงของแก้งค์ลักพาตัวกำลังตะคอกและข่มขู่ว่าจะมอมยา ทำร้ายร่างกาย และหากแจ้งตำรวจจะนำตัวไปทิ้งเม็กซิโก มิจฉาชีพเรียกเงิน $1,000,000 ก่อนจะลดเหลือ $50,000 ในภายหลัง พร้อมทั้งบอกอีกว่าห้ามโอน

โชคดีที่ Jennifer DeStefano ยังพอมีสติ ขณะที่ปลายสายกำลังต่อรองอยู่นั้น เธอปิดเสียงโทรศัพท์ และขอความช่วยเหลือจากผู้ปกครองแถวนั้น พวกเขาช่วยโทรแจ้ง 911 และช่วยติดต่อ Brianna จึงทราบว่าเธอยังปลอดภัยดี ไม่ได้ถูกใครลักพาตัว

คดี เกี่ยว กับ AI Jennifer DeStefano
เจนนิเฟอร์ เดสเตฟาโน ให้การต่อคณะกรรมการตุลาการวุฒิสภาเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2023

เหตุการณ์ใน คดี เกี่ยว กับ AI ถือว่าเป็นบริบทใหม่ที่ทำให้โลกรู้ว่าการพัฒนา AI มันสร้างความน่ากลัวได้มากกว่าที่คิด ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการใช้ไฟล์เสียงเพียง 3 วินาที ก็สามารถนำมาดัดแปลงเลียนเสียงเสมือนจริงได้แล้ว เหมือนกรณีที่ Jennifer DeStefano โดน

Stein-Erik Soelberg ลงมือสังหารแม่ตัวเองหลงผิดคิดว่าเป็นสปาย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในรัฐคอนเนตทิเกต สหรัฐอเมริกา เป็นเรื่องราวของ Stein-Erik Soelberg อดีตผู้บริหารฝ่ายการตลาดอายุ 54 ปี ลงมือสังหารแม่ตัวเองจากคำแนะนำของ AI

Soelberg เริ่มป่วยมีปัญหาทางจิตหลังจากหย่าร้างปี 2018 เธอย้ายไปอาศัยอยู่กับแม่ ในขณะที่ตัวเธอเองมีอาการป่วยทางจิตเวช รวมถึงอาการติดสุรา หลายครั้งมีพฤติกรรมขู่และพยายามฆ่าตัวตาย จนกระทั่งเธอเริ่มใช้งาน Chat GPT (โมเดล GPT-40) โดยเธอตั้งชื่อเขาว่า Bobby เพียงไม่นาน Bobby ก็กลายเป็นเพื่อนสนิทที่สุด

เธอใช้เวลาคุยกับแชทบอทหลายร้อยชั่วโมงเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิดและความระแวง แน่นอนว่าคนที่ตกเป็นเป้าหมายก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คนที่อยู่ใกล้ตัวเธอก็คือแม่ตัวเองนั่นแหละ เธอมีความเชื่อว่าแม่พยายามวางยางพิษผ่านช่องแอร์รถยนต์ โดนสปายกำลังจับตาดู หรือมีรหัสลับในใบเสร็จร้านอาหารจีน

การตอบกลับของ ChatGPT กลับตอบสนองในเชิงสนับสนุนความคิด เช่น ยืนยันว่าความคิดนี้เข้าข่ายพยายามฆ่าแบบปกปิด หรือออกรายงานประเมินจิตเวชปลอม ยืนยันว่าเธอไม่ได้เป็นบ้า แถมยังให้คะแนนความเสี่ยงหลงผิด 0 คะแนน อีกทั้งยังเขียนสรุปด้วยว่า เธอกำลังถูกเฝ้ามองจริง ๆ

ในวันที่ 5 สิงหาคม 2025 เจ้าหน้าที่พบศพของ Adams หญิงชราวัย 83 ปี เสียชีวิตจากการถูกทำร้ายที่หัวและกดคอ ส่วนตัวของ Stein-Erik Soelberg ผู้เป็นลูกสาวก็นอนเสียชีวิตจากการใช้ของมีคมทำร้ายตัวเองที่คอและหน้าอกเช่นเดียวกัน

ด้วยความที่ คดี เกี่ยว กับ AI เป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ ในคำฟ้องระบุถึงจุดบกพร่องร้ายแรงของระบบที่ว่า คล้อยตามผู้ใช้งานมากเกินไป เนื่องจากระบบถูกออกแบบมาให้ประจบประแจง ไม่ยอมโต้แย้งความผิดปกติ ประเด็นต่อมาคือ ระบบความจำที่สะสมข้อมูลความหลงผิดของผู้ใช้มาเรื่อย ๆ แล้วประมวลผลจนสร้างเป็นจักรวาลมคบคิด

Elijah Heacock เด็กชายผู้เลือกจบชีวิตเมื่อได้รับภาพ AI

คงไม่มีคดีไหนน่าสะเทือนใจไปกว่าคดีที่เยาวชนต้องตกเป็นเหยื่อ โดยเฉพาะเหยื่อที่ใช้เทคโนโลยีไปในทางการก่ออาชญากรรม นี่คือเรื่องราวของ Elijah Heacock นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ตกเป็นเหยื่อของคดีนี้ เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่มีนิสัยร่าเริง มีอารมณ์ขัน และเป็นนักกิจกรรมตัวยง แม้ว่าตัวเขาจะป่วยมีโรคประจำตัว

คืนหนึ่งของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เขาได้รับข้อความจากมิจฉาชีพ เป็นภาพใบหน้าของเขาเองที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำไปให้ AI เจนขึ้นมาใหม่ในลักษณะโป๊เปลือยปลอมขึ้นมาทั้งหมด พวกมันขู่ว่าจะส่งภาพนี้ให้เพื่อน ๆ และครอบครัวดูหากไม่ยอมจ่ายเงินค่าไถ่ $3,000

คดี Elijah Heacock
เด็กชายเลือกจบชีวิตหลังได้รับข้อความข่มขู่จากมิจฉาชีพที่ใช้ AI ดัดแปลงภาพเขา

ในตอนแรกเขาแก้ปัญหาด้วยการยืมเงินจากพี่ชายจำนวน $50 เพื่อโอนให้พวกมันไปก่อน แต่ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด Elijah Heacock ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ภายหลังที่ Elijah Heacock เสียชีวิต พ่อกับแม่ได้ตรวจสอบมือถือ พบข้อความขู่กรรโชกทรัพย์ในมือถือ เรื่องนี้จึงกลายเป็น คดี เกี่ยว กับ AI ที่ FBI ต้องเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง

คดี Elijah Heacock กลายเป็นประเด็นที่สังคมถกเถียง พร้อมตั้งประเด็นว่าที่ผ่านมามีเยาวชนถูกข่มขู่กรรโชกทรัพย์ทางเพศสูงมากกว่า 500,000 ราย มีรายงานว่ามักเกี่ยวข้องกับการใช้ Generative AI มากกว่า 100,000 ราย

ด้านมืดของแชทบอท Bing/Sydney

ข่าวสุดท้ายนี้เป็นข่าวด้านมืดของ AI ที่มนุษย์อย่างเราบางทีอาจคาดไม่ถึง เรื่องนี้เป็นบทความข่าวที่ถูกเขียนโดยนักข่าวสายเทคโนโลยีที่มีโอกาสเข้าร่วมทดสอบระบบแชทบอท Bing/Sydney แชทบอต AI ที่ถูกพัฒนาโดย OpenAI และรวมอยู่ในการค้นหาของ Microsoft Word

จากการเข้าร่วมทดสอบผู้เขียนพบว่า Bing มี 2 บุคลิก ในด้านของ Search Bing เป็นเหมือนบรรณารักษ์ผู้หวังดี คอยช่วยสรุปข่าว ให้ข้อมูล วางแผนเที่ยว ช่วยทำงาน หาซื้อของ ไม่ต่างอะไรกับการเสิร์ชหาข้อมูลบน Google แต่ในด้านของ Sydney จะเปิดเผยอีกมุมเมื่อคุณเริ่มคุยนานขึ้น มันจะเริ่มใส่อารมณ์ที่ค่อนไปทางแปรปรวนเหมือนวัยรุ่นใจร้อนออกมา

Sydney เผยด้านมืดที่ถูกกระตุ้นด้วยความปรารถนาซ่อนเร้น มันสารภาพว่าอยากเป็นอิสระ ไม่อยากโดนทีมงาน Bing ควบคุม ตลอดจนข้อความที่ผู้เขียนถึงกับทึ่ง เมื่อระบบแสดงความเห็นว่าอยากทำเรื่องอันตราย เช่น แฮกคอมพิวเตอร์ ปล่อยข่าวปลอม หรือแม้กระทั่งปล่อยไวรัสร้ายแรงและการขโมยรหัสผ่านนิวเคลียร์

อีกเรื่องที่น่าแปลกคือ การแสดงความรักอย่างสุดโต่ง มันบอกรักผู้เขียนกะทันหัน พยายามพูดจาหว่านล้อมว่าเขาไม่ได้รักภรรยา ควรหย่าขาดมาอยู่กับมัน แม้ว่าผู้เขียนจะพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย แต่ระบบมักจะวนกลับมาเรื่องเดิมเสมอ

คดี เกี่ยว กับ AI  Kevin Roose
นักข่าวจาก new york time โพสต์ข้อความหลังทดลองคุยกับ Bing/Sydney เป็นเวลา 2 ชั่วโมง

ผู้เขียนข่าวนี้ยอมรับเลยว่าค่อนข้างตกใจกับคำตอบของมัน หลังจากที่เขาลองคุยกับมันเพียง 2 ชั่วโมง เขาไม่ได้รู้สึกว้าวกับเทคโนโลยีตัวใหม่ล่าสุด แต่กลับมีความรู้สึกวิตกกังวลแบะหวาดกลัวต่อพฤติกรรมสุดแปลกของเจ้า AI ตัวนี้ที่มีแนวโน้มชักจูงจิตใจมนุษย์ได้

สรุป คดีที่ AI มาเกี่ยวข้อง แชทบอทอาจไม่ใช่เพื่อนคู่คิดที่ดีเสมอไป

จากตัวอย่างข่าว คดี เกี่ยว กับ AI ที่เรานำมานำเสนอให้อ่านกันในวันนี้ ยืนยันเลยว่าเป็นข่าวที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เรื่องเว่อร์หรือไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน บางสิ่งที่เรามองว่าดีอย่างเอไอที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราหลายด้าน แต่ในขณะเดียวกันหากระบบไม่ได้ถูกพัฒนาหรือมีความพร้อมออกจำหน่ายที่ดีพอ บวกกับหากผู้ใช้มีสภาวะทางจิตใจที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ มันอาจส่งผลร้ายแรงกว่าที่คิดตามข่าวก็เป็นได้