ฆ่าลูกบูชาพระอินทร์ จากความเชื่อสู่โศกนาฏกรรมอันโหดร้าย จากเรื่องจริงสู่จอภาพยนตร์

หัวข้อน่าสนใจ

ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2566 มีภาพยนตร์ไทยแนวสยองขวัญเรื่องหนึ่งจากค่าย GDH ที่กวาดทั้งรายได้และคำชมเชยอย่างล้นหลาม ว่ากันว่านี่แหละหนังผีไทยยุคใหม่ที่ต้องการ!

เรากำลังพูดถึงภาพยนตร์ที่มีชื่อว่า “บ้านเช่าบูชายัญ” ด้วยตัวเรื่องเกี่ยวกับผู้ที่มาขอเช่าบ้านของพระนางมีพฤติกรรมแปลกประหลาด คล้ายกับลิทธิอะไรสักอย่าง หนำซ้ำยังทำให้คนในบ้านมีอะไรบางอย่างแปลกไปจากเดิม

บ้านเช่าบูชายัญ ภายนตร์
บ้านเช่าบูชายัญ ภาพยนตร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคดีดัง

จากที่ฟังให้สัมภาษณ์ของผู้กำกับ ว่ากันว่าเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก 2 เหตุการณ์ เหตุการณ์แรกมาจากข่าวการปล่อยเช่าบ้าน และผู้เช่าสร้างความเดือดร้อน ทำบ้านเสียหาย จนเกิดการฟ้องร้องใหญ่โตมากมายในสังคมไทย ส่วนอีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญคือข่าว ฆ่าลูกบูชาพระอินทร์ เรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นในไทย นี่แหละหัวข้อที่มองว่าน่าสนใจ ซึ่งเรา ghostsfolder จะมาเล่าให้ฟังประเด็นนี้กันว่าเป็นมาอย่างไร

ฆ่าลูกบูชาพระอินทร์ ความเชื่อคลั่งฆ่าโหด

เกริ่นก่อนเลยว่าเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยเรานี่เอง ไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้นมา เมื่อแม่และเหล่าญาติฆ่าลูกในไส้ของตัวเอง เพื่อบูชาพระอินทร์

เหตุการณ์นี้ต้องย้อนไปเมื่อ 22 ปีที่แล้ว เรื่องราวเกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ครอบครัวในฐานะปานกลาง ทำสวนมะพร้าว คนในครอบครัวอาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คน ประกอบด้วยแม่ ป้า น้า ยาย และเด็กหญิงวัยเพียง 12 ขวบ

จากคำให้การของเพื่อนบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ครอบครัวนี้ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติแต่อย่างใด คนในครอบครัวส่วนใหญ่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ออกไปทางธรรมะธรรมโม ชอบเข้าวัดทำบุญ ทำมาหากินปกติ ฟังดูก็เหมือนเป็นครอบครัวอบอุ่น ส่วนตัวลูกสาววัย 12 ขวบ ก็เป็นเด็กน่ารัก ร่าเริงแจ่มใส พูดเก่ง เป็นที่รักของเพื่อน ๆ คุณครู และเพื่อนบ้าน

ข่าวจริง ฆ่าลูกบูชาพระอินทร์

แต่เหตุการณ์ที่ดูไม่มีอะไรผิดปกติ กลับซ่อนเบื้องลึกเบื้องหลังที่หลายคนไม่เคยรู้ แต่เมื่อรู้ก็สายไปเสียแล้ว เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2547 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีผู้เสียชีวิตบริเวณบ้านไม้ 2 ชั้น จึงรีบรุกเข้าไป เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ทำเอาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องทึ่ง เมื่อเข้าไปด้านในตัวบ้าน พบศพเด็กน้อยวัย 12 ขวบนอนเสียชีวิตกลางบ้าน ดวงตาเบิกโพรง บริเวณลำคอถูกปาดด้วยของมีคม คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง

ก่อนที่ทุกคนจะรู้แน่ชัดว่านี่คือลัทธิ ฆ่าลูกบูชาพระอินทร์ ก็ตอนที่ทางเจ้าหน้าที่และชาวบ้านขึ้นไปชั้น 2 ของตัวบ้าน ในตอนแรกพวกเขาไม่ยอมเปิดประตูให้ จนเมื่อได้เข้าไปด้านในตัวบ้าน ก็พบกับหญิงสาวทั้ง 4 คน ได้แก่ แม่ ป้า น้า และยายของเด็กน้อยวัย 12 ขวบที่นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณชั้นล่างของตัวบ้าน พวกเขาทั้ง 4 คนกำลังนั่งล้อมวงนั่งสวดอะไรสักอย่างฟังไม่ได้ความ บริเวณโดยรอบประกอบด้วยเครื่องทำพิธีวางไว้เกลื่อนบ้าน

ฆ่าลูกบูชาพระอินทร์

จากการสำรวจบริเวณนอกบ้านพบเส้นผมของเด็กหญิงถูกตัด บางส่วนถูกแช่น้ำเอาไว้ บางส่วนถูกนำไปเผาพร้อมเสื้อผ้าของเด็กหญิงผู้เคราะห์ร้าย ในการจับกุม พวกเขาเหล่านั้นต่างโวยวายด่าสาปแช่งตำรวจ หาว่ามาขัดขวางพิธีกรรม ทำให้องค์พระอินทร์ไม่พอใจ พร้อมทั้งยังสาปแช่งสารพัด

บันทึกเสียงครั้งสุดท้าย เผยความเชื่อลวงโลก

จากการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 4 ราย พวกเขายอมรับสารภาพว่าที่ต้องฆ่าลูกสาวตัวเองเป็นเพราะว่า ตัวของผู้เป็นแม่ได้ยินเสียงแว่วจากองค์พระอินท์ ประมาณว่าที่ครอบครัวต้องยากลำบาก ต้องประสบเคราะห์ร้ายเฉกเช่นทุกวันนี้ เป็นเพราะเด็กหญิงผู้นี้คือผู้นำพาสิ่งไม่ดีมาสู่ครอบครัว ต้องฆ่าเธอเพื่อปลดปล่อยสิ่งชั่วร้ายและปลดปล่อยวิญญาณของเธอ โดยมอบให้พระอินทร์ ทั้งตัวผู้เป็นแม่และเหล่าญาติพี่น้องจึงร่วมกันลงมือทำพิธี ฆ่าลูกบูชาพระอินทร์ เพื่อปลดปล่อยสิ่งชั่วร้ายตามเสียงแว่วในหัว

เหตุการณ์จริงในคดีฆ่าลูกบูชาพระอินทร์

สิ่งที่น่าหดหู่ใจที่สุดเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลักฐานเป็นเทปบันทึกเสียงก่อนที่ลูกสาวจะถูกฆ่า ซึ่งผู้เป็นแม่เป็นคนบันทึกไว้เอง เสียงในเทปนั้นลูกสาวพูดด้วยเสียงหวาดกลัวว่า “แม่ทำหนูทำไม” เสียงตอบกลับของผู้เป็นแม่ตอบว่า “ทำเพื่อแม่เถอะนะลูก” นั่นคือเสียงสุดท้ายของเด็กหญิงที่ทำเอาคนฟังถึงกับรู้สึกหดหู่ และเสียงบันทึกนั้นเองก็เป็นหลักฐานมัดตัวผู้กระทำความผิดได้อย่างชัดเจน

จากผลการสอบสวนประวัติของผู้เป็นแม่ได้การว่า คนเป็นแม่เคยถูกกระทำชำเราตั้งแต่อายุ 17 ปี จนเกิดเป็นเด็กหญิงคนนี้ขึ้นมา ด้วยความรุนแรงในอดีต ประกอบกับความผิดหวังเรื่องคนรัก ทำให้หลังจากนั้นเธอเริ่มมีอาการทางจิต ยิ่งในระยะหลังเธออ้างว่า ตัวเธอสามารถสื่อสารกับพระอินทร์ได้ จากความเชื่อที่เกิดจากอาการทางจิตใจ จึงนำไปสู่โศกนาฏกรรมอันโหดเหี้ยมเช่นนี้ แต่ที่น่าแปลกใจมากไปกว่านั้นคือ ทำให้เหล่าญาติพี่น้องถึงร่วมมือกันฆ่าเด็กหญิงด้วย โดยผลสรุปออกมาว่า ผู้ที่ลงมือสังหารเด็กน้อยคือคุณน้าของเธอเอง กลายเป็นข้อสงสัยว่าอาการทางจิตหรืออาจจะเป็นความเชื่อมันสามารถถ่ายทอดสู่คนอื่นได้ด้วยจริงหรือ

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ สู่สายตาประชาชน

ความจริงเรื่องนี้เป็นข่าวโด่งดังมากในยุคนั้น แต่อาจจะไม่ได้ลากยาวเหมือนข่าวฆาตกรรมในสมัยนี้ อาจจะด้วยเพราะหลักฐานพยานชัดเจน การสืบสวนสอบสวน และการให้ข้อสรุปจึงใช้เวลาไม่นานนัก เหตุการณ์ในเรื่องถูกนำมาสร้างเป็นละครเวทีโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นในชื่อเรื่อง “วิปลาส” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากคดี ฆ่าลูกบูชาพระอินทร์ ที่เราพูดถึงกันไปนี่เอง

คดีนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์ “บ้านเช่าบูชายัญ” เมื่อปี 2023 นำแสดงโดย เวียร์ ศุกลวัฒน์ และ มิว นิษฐา โดยนำบางส่วนจากคดีมาทำเป็นเนื้อเรื่องใหม่ โดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวหนึ่ง มีลูกสาว 1 คน ด้วยปัญหาทางการเงิน ทำให้พวกเขาตัดสินใจปล่อยบ้านให้คนอื่นเช่า แลกกับค่าเช่าแพงเฉียดแสน แต่หลังจากผู้เช่าครอบครัวนี้เข้ามา ก็ต้องพบกับบางอย่างผิดปกติ เมื่อเพื่อนบ้านแอบกระซิบว่า ครอบครัวนี้ดูเหมือนไม่ใช่หมออย่างที่พวกเขาแอบอ้าง วัน ๆ เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน แต่ที่น่าขนลุกขนพองที่สุดคือ ทุกคืนเวลา 03:00 น. มักจะได้ยินคนในบ้านลุกขึ้นมาสวดบทสวดอะไรบางอย่างจับใจความไม่ได้ แถมยังมีฝูงอีกาบินเหนือหลังคาบ้าน อีกทั้งบริเวณรอบบ้านยังมีการผูกขนอีกาไว้ราวกับเป็นยัญอะไรสักอย่าง

หนังบ้านเช่าบูชายัญ ปี 2023
ผู้เช่าสุดวิปลาสที่มาพร้อมกับเหตุการณ์ชวนขนลุก

หากใครที่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้คงจะทราบกันดีว่า มันคือการสวดบทสวดปริศนาเพื่อเรียกวิญญาณร้ายมาสิงสู่ลูกสาวนางเอก ซึ่งทางผู้กำกับได้แรงบันดาลใจมาจากคดีที่เราเล่ามาข้างต้น สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู แนะนำให้หาดูได้ทาง Netflix ซึ่งต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้คือดีมากจริง ได้คุณ จิม โสภณ ผู้กำกับฝีมือดีจาก GDH ที่เคยฝากผลงานสยองขวัญอย่างลัดดาแลนด์และโปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาต เป็นอีกเรื่องที่แฟนหนังสยองขวัญต้องหาดูสักครั้งในชีวิต

พิธีกรรมที่ซ่อนในคดีฆ่าลูกบูชาพระอินทร์

เวลาเราเห็นข่าวในลักษณะแบบนี้ ทุกคนเคยสังเกตกันไหมว่าถ้ามีอะไรเกี่ยวข้องกับเด็ก มักจะมีขั้นตอนการทำพิธีคล้ายกัน อย่างในคดี ฆ่าลูกบูชาพระอินทร์ ที่เราพูดถึงกันในวันนี้ จะเห็นว่ามีการพบผมของเด็กหญิงถูกหั่น แล้วใส่ลงในแช่ในน้ำบ้าง บ้างก็เอาไปเผาไฟพร้อมเสื้อผ้าเหยื่อ พวกเขาทำเช่นนี้เพราะอะไรกัน?

จากการศึกษาพบว่า มันเป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ของบุคคลบางกลุ่มที่หลงใหลหรือเชื่อมโยงกับความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า เด็กคือร่างกายและวิญญาณอันบริสุทธิ์ เป็นเหมือนตัวแทนพลังชีวิต อวัยวะของร่างกาย เช่น เส้นผม เล็บ และเลือดคือส่วนหนึ่งของร่างกาย พวกเขาเชื่อกันว่า ในการทำพิธีกรรมจะต้องใช้อวัยวะเหล่านี้มาเพื่อดูดพลังชีวิต พร้อมกับสวดคาถา จึงมีการนำเส้นผมไปแช่น้ำเพื่อดึงพลังชีวิต หรือเผาไฟพร้อมเสื้อผ้าของเหยื่อ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับร่างกาย

แต่ในทางจิตวิทยากลับให้มุมมองถึงอาการผิดปกติทางจิตใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาการหลงผิด (Delusion) ซึ่งเป็นโรคจิตเภทประเภทหนึ่ง คดีส่วนใหญ่ ไม่เพียงเฉพาะของไทย และเรามักพบเห็นคดีเกี่ยวกับเด็กในลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นได้ทั่วโลก พวกเขามักจะอ้างว่าสามารถสื่อสารกับพระเจ้าหรือองค์เทพได้ หรือองค์เทพกระซิบให้พวกเขาทำอะไรบางอย่าง อย่างในคดีนี้จากการไปตรวจสอบในวันเกิดเหตุ พบว่าต้นมะพร้าวในสวนถูกตัดออกจนหมดพร้อมกัน โดยอ้างว่าเปิดเส้นทางให้สื่อสารกับพระอินทร์ได้ง่าย

สรุป

สำหรับคดี ฆ่าลูกบูชาพระอินทร์ ที่ว่ากันว่าเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างละครเวทีและภาพยนตร์นั้นเป็นเรื่องราวที่ให้แง่คิดแก่สังคมไทย โดยเฉพาะอาการทางจิตเภทที่มักจะเชื่อมโยงกับพิธีกรรมและความเชื่อทางไสยศาสตร์ ในปัจจุบันสังคมไทยก็ยังพบปัญหาเช่นนี้อยู่มาก ดั่งที่เราเห็นตามข่าว คดีโศกนาฏกรรมอันน่าหดหู่ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ มักให้บทสรุปที่เลวร้ายมากกว่าไปทางที่ดีเสียอีก