ตำนานผีจ้างหนัง บนโลกใบนี้มีสิ่งเร้นลับมากมายที่วิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความผูกพันกับธรรมชาติมาตั้งแต่แรกเริ่มที่ก่อตั้งดินแดน ความเชื่อเรื่องภูติ ผี วิญญาณ และธรรมชาติยังคงฝังแน่นไม่มีเสื่อมคลาย จึงไม่แปลกใจหากเรามักจะเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับจากปากคนเฒ่าคนแก่อยู่เสมอมา
หนึ่งในเรื่องเล่าที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานของไทยเราอย่าง เรื่องผีจ้างหนัง ที่ว่ากันว่าผีจ้างคนไปฉายหนัง และเรื่องนี้เองนี่แหละที่ทำให้คำชะโนดโด่งดัง กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวแห่ไปกราบไหว้ขอพรอย่างเนื่องแน่นอยู่ทุกวันนี้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร วันนี้ Ghostsfolder จะพาไปย้อนรอยเรื่องเล่าแห่งตำนานเรื่องนี้กัน
ตำนานผีจ้างหนัง จุดกำเนิดความศักดิ์สิทธิ์ของคำชะโนด
ถ้าบอกว่าผีจ้างคนไปฉายหนังให้ดู เป็นคุณจะเชื่อหรือไม่ ? แต่เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นจริงในเมืองไทยเองนี่แหละ ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2532 ที่จังหวัดอุดรธานี บริษัทแจ่มจันทร์ภาพยนตร์ บริษัทรับจ้างฉายหนังกางแปลงทั่วพระนคร เวลามีใครจ้างไปฉายหนังที่ไหน ก็มักจะขับรถหาบเร่ไปฉายตามที่เขาจ้าง

เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2532 ทางแจ่มจันทร์ภาพยนตร์ได้รับการติดต่อว่าจ้างโดยนายจำปา คำแก้ว ให้ไปฉายหนังเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แม่ที่หมู่บ้านวังทอง จังหวัดอุดรธานี โดยว่าจ้างด้วยเงินจำนวน 4,000 บาท ทางนายจำปา คำแก้ว ได้จ่ายค่ามัดจำไปแล้ว 500 บาท เหลืออีก 3,500 บาท ซึ่งเขาจะจ่ายหลังฉายหนังจบ

เมื่อรถเดินทางไปยังหมู่บ้านวังทอง ณ บริเวณลานโล่งที่จะต้องฉายหนัง พวกเขากลับรู้สึกแปลกใจ เพราะไม่มีร้านรวงมาตั้งขายเหมือนที่อื่น เวลามีฉายหนังกางแปลงก็มักจะมีชาวบ้านมาตั้งร้านขายของ แต่สำหรับที่นี่ไม่มีเลยสักร้าน มิหนำซ้ำยังดูเงียบงับผิดปกติ จนเวลาล่วงเลยมาประมาณ 21:00 น. จึงเริ่มมีชาวบ้านเดินออกมา แต่สิ่งที่รู้สึกประหลาดใจคือ ชาวบ้านทุกคนแต่งกายด้วยชุดเหมือนกันหมด ผู้หญิงแต่งกายด้วยชุดขาวทั้งตัว ส่วนผู้ชายแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำทึบ และเมื่อเวลานั่งดูหนัง ฝั่งผู้หญิงและผู้ชายนั่งแยกกันชัดเจน

อีกหนึ่งคำบอกเล่าเกี่ยวกับ ตำนานผีจ้างหนัง จากปากของหลานชายเจ้าของแจ่มจันทร์ภาพยนตร์ยังอ้างต่ออีกว่า ระหว่างหนังฉาย เขาจับสังเกตผู้ชมทุกคนมีสีหน้าเรียบเฉย ในคืนนั้นมีการฉายหนังไปประมาณ 4 เรื่อง มีทั้งหนังรัก ตลก บู๊ แต่สีหน้าพวกเขากลับไร้อารมณ์ ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ ไม่แสดงสีหน้าตื่นเต้นเหมือนคนปกติทั่วไป
หนังถูกฉายตั้งแต่ประมาณ 21:00 น. ไปจนถึง 03:00 น. ตามข้อตกลงที่ผู้ว่าจ้างแจ้งไว้ว่าให้ฉายแค่ถึงตี 3 นะ พอฉายจบให้รีบเก็บของออกจากที่นี่ก่อนฟ้าสาง เมื่อขับรถออกไปแล้วห้ามหันกลับมามองอีก ซึ่งมันดูเป็นเรื่องพิลึกสำหรับคนฉายหนัง เพราะปกติหมู่บ้านอื่นมักจะจ้างฉายถึงเช้า

เมื่อหนังฉายจบ ทางบริษัทก็ได้รับเงินค่าจ้างเต็มจำนวน พร้อมคำบอกว่าให้รีบกลับไปโดยเร็ว พวกเขาเห็นชาวบ้านลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้วเดินหายเข้าไปในความมืดตามทางที่พวกเขาเดินมาตอนแรก พวกเขาก็ไม่คิดอะไร แค่รู้สึกว่ามันแปลก ๆ แต่ก็รีบกลับออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงเวลาเช้า พวกเขาพบกับชาวบ้านในหมู่บ้านวังทอง จึงมีการถามไถ่กันว่าเมื่อคืนหนังสนุกไหม แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้พวกเขาถึงกับไปไม่เป็น เมื่อชาวบ้านตอบว่า เมื่อคืนไม่ได้มีหนังมาฉายในหมู่บ้านนะ อ้าว แล้วที่นั่งดูกันเมื่อคืนคือใคร หรือไปหมู่บ้านผิดหรอ นอกจากนี้ ชาวบ้านยังบอกอีกด้วยว่า ทางนั้นเป็นดงชะโนด ไม่มีคนเข้าไป ยิ่งรถยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีทางขับเข้าไปได้แน่นอน

ทางแจ่มจันทร์จึงขอพิสูจน์ว่าเมื่อคืนไปฉายหนังจริง จึงพาไปดูสถานที่จึงพบว่ามีรอยรถเข้าไปในดงชะโนดนั้นจริง และมีรถฉายหนังจอดอยู่ด้านใน ทำเอาทุกคนถึงกับงงว่ารถเข้าไปได้อย่างไร ตำนานผีจ้างหนัง จึงกลายเป็นข่าวโด่งดังในประเทศไทย ถึงขั้นขึ้นหน้า 1 ของสำนักพิมพ์เกือบทุกสำนัก เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องเล่าปรัมปรา แต่เป็นเหตุการณ์ที่เคยเป็นข่าวโด่งดังในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2532 และเรื่องนี้ก็ทำให้ป่าคำชะโนดกลายเป็นที่รู้จักของคนไทยมาจวบจนทุกวันนี้ จนถึงขั้นถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2007

