คุณเคยได้ยินความเชื่อที่ว่าเวลาจะทำอะไรให้ดูก่อนว่าเลขนั้นสวยไหม นั่นคือส่วนหนึ่งของความเชื่อเกี่ยวกับเลขนำโชค ในขณะเดียวกันก็มีความเชื่อเกี่ยวกับ เลขอาถรรพ์ ที่เรียกได้ว่าตรงข้ามกับเลขมงคลสุดลิ่มทิ่มประตูกันเลยทีเดียว ความเชื่อเกี่ยวกับเลขอัปมงคลไม่ได้มีแค่ในไทยเท่านั้น
ถ้าได้ลองศึกษาจริงจังจะเห็นชัดว่าอีกหลายประเทศก็มีความเชื่อเรื่องแบบนี้ อย่างที่ชาวตะวันตกเรียกกันว่า Unlucky Number หรืออย่างในภาษาจีนเขาจะใช้คำว่า 倒霉数字 แปลตรงตัวว่าเลขแห่งความโชคร้าย
ความเชื่อเกี่ยวกับเลขอาถรรพ์ในประเทศจีน
ประเทศจีนถือได้ว่าเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความเชื่อที่บอกเล่ากันมาตั้งแต่โบราณ อาจจะพูดได้เต็มปากว่าไทยเราก็ได้รากฐานความเชื่อส่วนใหญ่มาจากประเทศจีนนี่แหละ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโหงวเฮ้ง สิ่งของมงคล รวมถึงเลขมงคลและเลขไม่มงคล
หมายเลข 4
สำหรับคนจีนนั้นถ้าถามว่าเลขอะไรที่ควรเลี่ยง หมายเลข 4 ต้องขีดปากกาตัวแดงเป็นหมายเลขต้องห้ามอันดับ 1 ไปโดยสิ้นเชิง ในภาษาจีนกลาง 4 ออกเสียงคล้ายคำว่า 死 (อ่านว่า Si) หมายถึง “ความตาย” ดังนั้น คนจีนจะค่อนข้างหลีกเลี่ยงการใช้เลข 4 อย่างการให้สิ่งของที่มีเลข 4 มาเกี่ยวข้อง จะหมายถึงลางร้าย หรือแม้แต่ลิฟต์ตามอาคาร คุณจะไม่มีวันได้เห็นชั้นที่ 4 อย่างแน่นอน รวมถึงการใช้รถโดยสารสาธารณะ ผู้คนมักจะเหลือที่ว่างหมายเลข 4 ไว้เสมอ

หมายเลข 13
เลข 13 จัดว่าเป็น เลขอาถรรพ์ ทั้งในความเชื่อฝั่งโลกตะวันตกและความเชื่อจีนด้วยเช่นกัน เลข 13 ถูกจัดให้เป็นเลขต้องห้ามสำหรับนักฮวงจุ้ย ด้วยความเชื่อที่สอดคล้องกับหมายเลข 4 ที่เราพูดถึงกันไปข้างต้น เนื่องจาก 13 เกิดจาก 1+3 = 4 ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลเดียวกันที่ลิฟต์บนอาคารจะไม่มีทั้งชั้น 4 และชั้น 13
หมายเลข 3
เลข 3 กลายเป็นเลขที่คนจีนมักจะหลีกเลี่ยงอยู่เสมอ เนื่องจากเลข 3 อ่านออกเสียงว่า “ซาน” หมายถึง แยกทางกัน แม้ความหมายจะไม่ได้น่ากลัวเท่าเลข 4 แต่เวลาที่คนจีนให้ของขวัญซึ่งกันและกัน มักจะเลือกหลีกเลี่ยงเลข 3 เพราะเชื่อว่าความสัมพันธ์จะเป็นไปในทางไม่ดี
ความเชื่อเกี่ยวกับเลขแห่งความโชคร้ายในประเทศเวียดนาม
ยังมีอีกหลายประเทศในเอเชียที่ความเชื่อเกี่ยวกับตัวเลขยังคงฝังแน่นอยู่ในสายเลือด เวียดนาม ประเทศเล็ก ๆ ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ในอดีตเคยได้รับอิทธิพลมาจากจีน ปัจจุบันความเชื่อเกี่ยวกับเลขโชคดีและโชคร้ายยังคงมีบทบาทในการดำเนินชีวิต
หมายเลข 4
ความเชื่อของคนเวียดนามที่มีต่อหมายเลข 4 ไม่ต่างจากคนจีนเลย เลข 4 ในภาษาเวียดนามอ่านออกเสียงว่า “tứ” มีความหมายว่า “ความตาย” ดังนั้น ในการก่อสร้างอาคารจะคล้ายกับของประเทศจีนและไต้หวันคือ อาคารจะไม่มีชั้น 4 แต่จะใช้ชั้น 3A หรือข้ามชั้น 4 ไปเลย และดูเหมือนว่าความเชื่อนี้ยังคงฝังแน่นในความรู้สึกคนทุกรุ่น เราจึงมักเห็นความพยายามหลีกเลี่ยงหมายเลข 4 ในชีวิตประจำวัน เช่น เบอร์โทรศัพท์ ป้ายทะเบียนรถ เลขที่บ้าน เป็นต้น
หมายเลข 7
อีกหนึ่ง เลขอาถรรพ์ ที่ชาวเวียดนามค่อนข้างถือคือหมายเลข 7 พวกเขาเชื่อว่าเป็นเลขที่เกี่ยวข้องกับความสูญเสียและความตาย ดังมีคำกล่าวที่ว่า “Tháng bảy là tháng cô hồn” มีความหมายว่า เดือนกรกฎาคมคือเดือนแห่งปี เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าตามปฏิทินจันทรคติ เดือนกรกฎาคมเป็นเดือนที่วิญญาณออกมาปรากฏกายให้เห็นมากที่สุด ผู้คนจึงพยายามหลีกเลี่ยงเดือน 7 และมองว่าเดือน 7 คือเลขแห่งความตาย
หมายเลข 13
ดูเหมือนว่าเลข 13 จะกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาชาวโลกอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย ไม่ใช่แค่โลกตะวันตกหรือจีน เวียดนามเองก็มองว่าเลข 13 เป็นเลขแห่งความโชคร้าย เลขไม่เป็นมงคล ยิ่งหากตรงกับวันศุกร์แล้วล่ะก็ พวกเขามองเช่นเดียวกับชาวตะวันตกว่ามันคือลางไม่ดี นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ตัวอาคารของประเทศเวียดนามจะไม่มีชั้น 13 การก่อสร้างอาคารจะข้ามชั้นนี้ไปเลย
เลขอาถรรพ์ในมุมมองชาวญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่นเองก็ถือว่าเป็นประเทศที่เชื่อเรื่องโชคร้ายและศาสตร์ตัวเลขไม่แพ้ชาติใดในโลก วัฒนธรรมญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีนตั้งแต่ 500 ปีก่อน ดังนั้น ศาสตร์ความเชื่อเรื่องตัวเลขดูเหมือนว่าจะไม่ต่างกันมากนัก

หมายเลข 4 ยังคงเป็นเลขต้องห้ามทั้งสำหรับคนจีนและคนญี่ปุ่น เนื่องจากอักษรคันจิตรงกับภาษาจีนคือคำว่า 死 อ่านว่า ชิ มีความหมายว่า “ความตาย” ยังคงเป็นเช่นเดียวกันคือ ลิฟต์ตามอาคารหรือตึกสูงในญี่ปุ่นจะข้ามชั้นที่ 4 ไปเลย หลักฐานนี้ยังคงปรากฏให้เห็นในการระบุเลขห้องประชุมและห้องพัก มักจะหลีกเลี่ยงเลข 4 รวมถึงแพคเกจของขวัญมักจะไม่ได้มี 4 ช่องนั่นเอง
สำหรับเลข 9 ตามทัศนะความเชื่ออื่นอาจจะเป็นเลขมงคล แต่สำหรับคนญี่ปุ่นเลข 9 ถือว่าเป็น เลขอาถรรพ์ เนื่องจากการออกเสียงว่า KU เชื่อมโยงกับความว่า “ทุกข์ ทรมาน” สอดคล้องกับสำนวนโบราณของญี่ปุ่นที่ว่า 四苦八苦 อ่านว่า Shiku Hakku มีการผสมคำว่า KU ลงไป ซึ่งให้ความหมายว่า “การผ่านพ้นความยากลำบาก”
นอกจากนี้ เมื่อมีการนำเลข 9 ไปรวมกับเลขอื่น จะให้ความหมายที่ไม่ค่อยมงคลเท่าไหร่นัก เช่น
- 4219 死に行く แปลตรงตัวว่า “นำไปสู่ความตาย”
- 96 苦労 = นำไปสู่ความยากลำบาก
ในความเชื่อของคนญี่ปุ่นจะค่อนข้างซีเรียสกับเลข 4 และเลข 9 มากกว่าเลขอื่น ถ้าคุณมีโอกาเดินเข้าไปในโรงพยาบาลในประเทศญี่ปุ่น ให้ลองสังเกตสิว่าโรงพยาบาลหลายแห่งมักไม่มีเลข 42 เพราะออกเสียงคล้ายคำว่า Shini หมายถึง “สู่ความตาย หรือ กำลังจะตาย” ส่วนเลข 43 จะพบเห็นว่าห้องคลอดจะหลีกเลี่ยงหมายเลขนี้ เพราะออกเสียงว่า Shizan หมายถึง “ทารกเสียชีวิตในครรภ์”
ความเชื่อเรื่องเลขแห่งความโชคร้ายในประเทศไทย
ประเทศไทยเราเองก็มีศาสตร์ความเชื่อเรื่องตัวเลขไม่ต่างจากประเทศอื่น ดูเหมือนว่าความเชื่อเรื่องเลขมงคลและไม่มงคลค่อนข้างมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตประจำวันไม่มากก็น้อย ดังที่เราเห็นการเลือกเลขทะเบียนรถ หมายเลขโทรศัพท์ เลขที่บ้าน หรือแม้กระทั่งการดูฤกษ์ทำพิธีกรรมต่าง ๆ ก็มักจะมีความเชื่อเรื่องตัวเลขเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ
ถ้าเป็นเลข Unlucky ของไทยเรา คนโบราณมองว่าเลข 6 เกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย เพราะอ่านออกเสียงว่า “หก” สอดคล้องกับการหกล้ม ตกหล่น ให้ความหมายถึง การกระทำอะไรที่ดูเหมือนจะไม่ราบรื่น ยากที่จะประสบความสำเร็จ ยิ่งถ้ารวมกับเลข 9 จะถูกมองว่าเป็น เลขอาถรรพ์ ต้องห้าม แม้ว่าเลข 9 เดี่ยว ๆ จะค่อนไปทางเลขนำโชคก็ตาม แต่เมื่อนำ 2 เลขนี้มารวมกัน 96 จะหมายถึง ความพยายามจะก้าวไปข้างหน้า แต่กลับต้องพบอุปสรรคขัดขวางนั่นเอง ดูเหมือนว่าความเชื่อเรื่องเลข 96 จะคล้ายคลึงกับความเชื่อของคนญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า “นำไปสู่ความยากลำบาก”
นอกจากนี้ ไทยเรายังมีความเชื่อตามหลักโหราศาสตร์ไทยเกี่ยวกับเลข 7 ซึ่งตามหลักโหราศาสตร์ไทยตรงกับดาวเสาร์ การออกเสียงของดาวเสาร์คล้ายกับคำว่า “เศร้า” ดังนั้น หมายเลข 7 จึงถูกมองว่าเป็นเลขที่เกี่ยวข้องกับความทุกข์ใจ เศร้าโศกเสียใจ ความรู้สึกหมองเศร้า
ไทยเรายังคงมีความเชื่อเกี่ยวกับหมายเลข 13 เช่นเดียวกับอีกหลายชาติ โดยเฉพาะวันศุกร์ที่ 13 จะถูกมองว่าเป็นวันแห่งความโชคร้าย เคยมีการนำความเชื่อเกี่ยวกับวันศุกร์ที่ 13 มาสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อ “ทองสุก 13” วันปล่อยผีที่นำพาทุกคนไปสู่จุดจบแห่งความตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เลขต้องห้ามจากมุมมองนานาประเทศ
ยังมีอีกหลายประเทศ หลายวัฒนธรรม หลายศาสนาทั่วโลกที่มีความเชื่อเกี่ยวกับ Lucky และ Unlucky Number อย่างในประเทศอิตาลีเองมองว่าเลข 17 คือเลขไม่มงคล เนื่องจากภาษาโรมันคือ XVII เมื่อนำมาเรียงใหม่จะได้คำว่า VIXI ในภาษาละตินแปลว่า “ชีวิตจบสิ้นแล้ว”
ในประเทศอัฟกานิสถานเลข 39 มักเป็นเลขต้องห้าม เลขนี้เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงโสเภณี เนื่องจากความหมายของมันคือ Morda Gow แปลว่า “วัวตาย” ดังนั้น ป้ายทะเบียนรถที่มีเลข 39 มักจะขายไม่ออกเลยก็มี 4
ถ้าในโลกตะวันตกเลข 13 ถือว่าโด่งดังในฐานะ เลขอาถรรพ์ ที่ห้ามใช้เด็ดขาด เรื่องราวเกี่ยวกับเลข 13 เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์ เมื่อครั้งอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซู ยูดาย ผู้ทรยศต่อพระเยซูนั่งโต๊ะหมายเลข 13 ดังนั้น เลขนี้จึงถูกโยงว่ามักเกี่ยวข้องกับเรื่องไม่ดี ความตาย วิญญาณร้าย และความโชคร้ายในชีวิต ดูเหมือนว่าความเชื่อนี้จะแพร่ขยายไปในอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงไทยเราเองด้วยเช่นกัน
เช่นเดียวกับเลข 666 ที่เชื่อมโยงกับคริสต์เตียน ซึ่งปรากฏในพระคัมภีร์โดยยอห์น ดังนั้น 666 จึงถูกมองว่าเป็นเลขที่ควรเลี่ยง ไม่เป็นมงคลกับชีวิต ครั้นจะนำพาเรื่องไม่ดีมาสู่ครอบครัว
ความเชื่อเรื่องเลขมงคลและเลขต้องห้าม มีจริงหรือ
นี่คงเป็นคำถามที่คนรุ่นใหม่ตั้งประเด็นไว้ในหัวมากที่สุดว่าจริง ๆ แล้วเรื่องราวเกี่ยวกับเลขมงคล ไม่มงคลมันส่งผลขนาดนั้นเลยหรือ?
ก่อนอื่นอยากให้เพื่อน ๆ เข้าใจก่อนว่าความเชื่อเรื่องพวกนี้ถูกเล่าขานกันมาแต่โบราณ แต่ละประเทศหรือแม้แต่ต่างทวีป ต่างวัฒนธรรม ต่างศาสนา ก็ล้วนมีความเชื่อไม่เหมือนกัน อย่างบางประเทศเลขนี้เป็นเลขนำโชค แต่อีกมุมหนึ่งของโลกอาจจะถูกมองว่าเป็นเลขที่ควรหลีกเลี่ยงก็เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่นกรณีเลข 7 ตามมุมมองของคนตะวันตกมองว่านี่คือเลขนำโชคที่ดีที่สุด แต่กลับกันเป็นทางฝั่งเอเชีย หมายเลข 7 ดันไปตรงกับเดือนกรกฎาคมตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งถือว่าเป็นเดือนปล่อยผี หรือเดือนที่วิญญาณร้ายออกอาละวาดมากที่สุด ความเชื่อนี้พบเห็นได้บ่อยในจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี
แต่ที่น่าแปลกใจคือเลข 13 กลับเป็นเลขต้องห้ามในหลายประเทศทั่วโลก แม้ว่าที่มาของความเชื่อนี้จะเริ่มต้นจากทางฝั่งโลกตะวันตก เลขนี้เกี่ยวข้องกับคริสต์เตียน แม้ว่าในช่วงแรกมันจะแพร่ขยายไปยังหมู่ชาวคริสต์เตียนที่อาศัยอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก แต่ปัจจุบันเลข 13 กลายเป็นเลขต้องห้ามที่พบเห็นได้ในหลายประเทศ แม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้เป็นคริสต์เตียนก็ตาม
สรุป ความเชื่อเรื่องเลขต้องห้ามที่ควรเลี่ยง
ความเชื่อเกี่ยวกับพวกเลขมงคลและ เลขอาถรรพ์ ยังคงมีให้เห็นอยู่ในทุกวันนี้ เอาง่าย ๆ ในประเทศไทยเราเวลาจะจัดงาน เช่น พิธีมงคลสมรส ฤกษ์บวช-ฤกษ์สึก หรือแม้กระทั่งการกำหนดหมายเลขทะเบียนรถ เบอร์มือถือ เราก็มักมีเลขในใจกันอยู่แล้ว หรืออย่างในวัฒนธรรมต่างชาติ เวลาจะให้ของขวัญก็มักจะเลี่ยงพวกเลขต้องห้าม
ติดตามบทความเพิ่มเติมได้ทาง ghostsfolder


