ผีสาวในโลกภาพยนตร์ไทย การันตีเรื่องความหลอนยืน 1 ไม่แพ้ชาติใดในโลก ถ้าทางฝั่งตะวันตกเราอาจจะนึกถึงผีร่ำไห้ลาโยโรนา ส่วนถ้าเป็นฝั่งเอเชียชื่อของ “ซาดาโกะ ยามามูระ” จากเรื่อง The Ring คงเป็นชื่อที่การันตีความหลอนสะพรึง แล้วฝั่งไทยเราล่ะมีผีสาวไหนบ้างที่พอจะแข่งกับเขาได้บ้าง ต้องยอมรับเลยว่าหนังผีไทยเราไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยเฉพาะแนวผีหลอกวิญญาณหลอนที่ในอดีตเคยสร้างบรรยากาศอันน่าจดจำในโรงภาพยนตร์มาแล้วนับไม่ถ้วน จนกระทั่งทุกวันนี้ชื่อของพวกเธอได้กลายเป็นตำนานที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี แฟน ๆ หนังผีร้อยทั้งร้อยไม่มีใครไม่รู้จักพวกเธอ
บทความนี้ ghostsfolder จะพาทุกคนไปรู้จักกับพวกเธอ พร้อมย้อนรอยความทรงจำ มาดูกันว่าพวกเธอเคยสร้างความหลอนขนาดไหน
7. เจ้าหญิงโซเฟีย – 4 แพร่ง
ภาพยนตร์ชุด 4 แพร่งที่เคยลงจอภาพยนตร์เมื่อปี พ.ศ. 2551 มีอยู่ด้วยกัน 4 ตอน หนึ่งในตอนที่หลอนและดูแล้วรู้สึกกดดันมากที่สุดต้องยกให้ตอนที่มีชื่อว่า “เที่ยวบิน 224” นำแสดงโดย พลอย เฌอมาลย์

เนื้อเรื่องของตอนนี้เกี่ยวกับ “พิม (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์)” พนักงานต้อนรับบนเครื่องบนที่แอบไปมีสัมพันธ์กับเจ้าชายอัลเบิร์กแห่งเวอร์นิสถาน วันหนึ่งเธอได้รับคำสั่งให้คอยบริการเจ้าหญิงโซเฟียที่เช่าเหมาลำเครื่องบินเที่ยวบิน 224 ซึ่งตัวของเจ้าหญิงโซเฟียเธอเป็นภรรยาของเจ้าชายอัลเบิร์ก เธอจึงจงใจเรียกตัวพิมมาบริการ แล้วกลั่นแกล้งเพื่อลงโทษชู้รัก
แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อเจ้าหญิงแพ้กุ้งอย่างหนัก จนถึงขั้นเสียชีวิต เที่ยวบิน 224 จึงถูกใช้สำหรับส่งศพของเจ้าหญิงกลับประเทศ เหตุการณ์น่าขนลุกเกิดขึ้นบนเที่ยวบินที่พิมต้องเฝ้าศพจนถึงที่หมาย แต่ศพนั้นกลับลุกขึ้นเองได้ พร้อมกับพยายามหลอกหลอนพิมจนถึงขั้นเสียสติ

สำหรับตัวละครเจ้าหญิงโซเฟีย นับได้ว่าเป็น ผีสาวในโลกภาพยนตร์ไทย ที่ทุกวันนี้คนดูยังคงจดจำชื่อเธอกันได้ดี เพราะในภาพยนตร์มีความกดดันทั้งเรื่อง ให้อารมณ์ประมาณหนังแนว Survival แบบนั้นเลย
6. ดาราราย – บอดี้ ศพ 19
มาต่อกันที่ผีสาวในตำนานหนังไทยที่เธอมาพร้อมกับวลีฮิต “ดาราราย ตามหาให้เจอ” ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึงวิญญาณของดารารายจากเรื่อง Body ศพ 19 ภาพยนตร์แนวสยองขวัญไทยที่เคยฉายไปเมื่อปี 2550
เรื่องราวของอาจารย์แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านวิชาการสะกดจิตใจ เธอหายตัวไปอย่างลึกลับ ไร้ร่องรอย อยู่มาวันหนึ่ง ชลสิทธิ์ ต้องพบกับฝันร้ายต่อเนื่องกันแทบทุกวัน ในความฝันหญิงสาวดารารายปรากฏตัวราวกับต้องการให้เขาตามหาอะไรบางอย่างให้

นี่คือภาพยนตร์แนวสยองขวัญ ผสมความเป็นจิตวิทยาแทรกเข้ามา เนื้อเรื่องที่ผสมกลิ่นอายหนังแนวสืบสวนเล็กน้อย แต่กลับพบกับความหลอนขนลุกเมื่อพวกเขาต้องรู้บางอย่างเกี่ยวกับผู้หญิงที่ชื่อดาราราย เธอได้ทิ้งปริศนาผ่านบทเพลง “คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว” ซึ่งเป็นบทเพลงของเจนนิเฟอร์ คิ้ม ที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นเวอร์ชันของคุณแพท สุธาสินี ซึ่งต้องบอกเลนว่าอารมณ์มันจะแบบหลอน ๆ วังเวง เนิบช้า ยิ่งหากคุณดูเรื่องนี้จบ คุณจะไม่มีทางฟังเพลงนี้ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป
5. มะขิ่น – ลัดดาแลนด์
ถ้าให้คอหนังผีไทยแนะนำหนังน่ากลัวมาสักเรื่อง เชื่อว่าทุกคอมเมนท์บนโซเชียลจะต้องมีชื่อของ “ลัดดาแลนด์” อยู่ในนั้นแน่นอน เพราะนี่คือสุดยอดหนังผีในตำนานที่เคยสั่นประสาทในโรงภาพยนตร์เมื่อ 14 ปีที่แล้ว เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่เพิ่งซื้อบ้านหลังใหม่ในหมู่บ้านจัดสรรที่ชื่อ “หมู่บ้านลัดดาแลนด์” แต่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ครั้งนี้กลับต้องพบกับเหตุการณ์ชวนขนหัวลุก เมื่อในหมู่บ้านดันมีคนตาย หลังจากนั้น คนในหมู่บ้านต้องพบกับความเหี้ยนของผีมะขิ่น

มะขิ่น ผีสาวในโลกภาพยนตร์ไทย ที่เรื่องราวของเธอทั้งน่าสงสารและหลอน หญิงสาวชาวพม่าที่มาทำงานเป็นแม่บ้านในหมู่บ้านลัดดาแลนด์ แต่ถูกฆ่าตาย โดยฆาตกรรมสังหารแล้วนำศพของเธอไปซ่อนไว้ในตู้เย็น วิญญาณของมะขิ่นยังคงวนเวียนอยู่ในหมู่บ้าน บ้างก็ปรากฏตัวให้เห็นยามค่ำคืน บ้างก็หลอกหลอนผู้คนในหมู่บ้าน ลัดดาแลนด์เป็นภาพยนตร์สยองขวัญไทยที่มีฉากน่าจดจำค่อนข้างเยอะ และชื่อของผีมะขิ่นกับหมู่บ้านลัดดาแลนด์ก็ยังคงถูกพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้
4. นางนาค – แม่นาคพระโขนง
คงไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จักชื่อของ “นางนาค” หญิงสาวชาวบ้านแห่งลำน้ำพระโขนงที่เสียชีวิตจากการตกเลือด พร้อมลูกในท้องของเธอ ในขณะที่นางนาคยังคงเฝ้ารอการกลับบ้านของ “มาก” สามีที่ถูกเกณฑ์ไปรบในช่วงสงคราม ด้วยความผูกพันทางจิต ทำให้วิญญาณของนางนาคไม่ยอมไปไหน ยังคงรอสามีที่ท่าน้ำ และแปลงกายหลอกลวงเพื่อให้พี่มากอยู่กับเธอ

เรื่องราวของแม่นาคพระโขนงเป็นเรื่องเล่าขานที่โด่งดังของไทย ไม่มีใครไม่รู้จัก เรียกได้ว่าทุกเจนรู้จักกันหมด เพราะเคยถูกนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ถึง 12 ครั้ง ไม่นับรวมภาพยนตร์อีกหลายเวอร์ชัน สำหรับเวอร์ชันที่โด่งดังสุดคือเวอร์ชันของคุณทรายเจริญปุระ ในภายหลังเรื่องราวของนาคนางถูกดัดแปลงจากเนื้อเรื่องแนวดราม่า สู่คอมเมดีในชื่อเรื่อง “พี่มาก พระโขนง” เมื่อปี 2556
ชื่อของนางนาคกลายเป็น ผีสาวในโลกภาพยนตร์ไทย ที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีคนดูก็ไม่มีทางลืม เพราะเธอมาพร้อมกิมมิคตรงท่าเก็บมะนาว และหญิงสาวยืนรอสามีที่ท่าน้ำ ซึ่งต้องบอกเลยว่าสมัยก่อนที่ความเจริญไม่ขนาดปัจจุบัน บรรยากาศหลอนสุด ๆ
3. บุปผา – บุปผาราตรี
ถ้าพูดถึงหนังผีแนวคอมเมดี ใคร ๆ ต่างก็ตั้งธงไว้เลยว่า จะไปหาความหลอนจากไหนก่อน เน้นเฮฮา ผีหลอกขำ ๆ แต่สำหรับเรื่องบุปผาราตรีแตกต่างจากหนังผีตลกเรื่องอื่น เพราะบรรยากาศมันชวนหลอนเสียเหลือเกิน
เรื่องราวเกิดขึ้นกับนักศึกษาสาวชื่อ “บุปผา” หญิงสาวผู้อาภัพที่พบกับรักกับชายหนุ่มจนเธอตั้งครรภ์ แต่เมื่อความรักไม่เป็นดั่งหวัง บวกกับอาการตกเลือด ทำให้เธอเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในห้อง 601 ของออสการ์อพาร์ทเมนท์ แม้เธอจะเสียชีวิตลง แต่ดวงวิญญาณยังคงผูกติดกับสถานที่และยังคงรอชายที่รักกลับมา ในขณะเดียวกัน เธอก็ต้องพยายามขับไล่พวกหมอผีที่เจ้าของที่พักจ้างมาไล่วิญญาณของเธอ

ฟังดูเนื้อเรื่องเบสิคทั่วไป แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าเรื่องนี้โด่งดังมากในยุคนั้น การแสดงของพลอย เฌอมาลย์ตราตรึง เนื้อเรื่องทั้งเฮฮา เรียกเสียงหัวเราะ แต่ในขณะเดียวกันบรรยากาศการถ่ายทำก็ชวนหลอนเสียเหลือกัน จนถึงขั้นว่าเลข 601 กลายเป็นเลขต้องห้ามที่หากเวลาเราไปเช่าหอพักอยู่ จะหลีกเลี่ยงห้องเลขนี้ หรือแม้กระทั่งออสการ์ อพาร์ทเมนท์ก็กลายเป็นแลนด์มาร์คโด่งดังที่หลายคนแอบแวะไปเช็คอิน
2. เนตรนภา – Shutter กดติดวิญญาณ
อีกหนึ่งเรื่องที่การันตีความหลอนเต็ม 10 ไม่หักก็ต้องยกให้กับผีเนตรนภา จากเรื่อง Shutter กดติดวิญญาณ เรื่องราวของธรรม์ ช่างภาพหนุ่มที่ต้องพบเจอกับเหตุการณ์แปลกประหลาด เมื่อภาพถ่ายของเขามันกลับเสียเกือบทุกภาพ ที่สำคัญเกือบทุกภาพถ่ายมักจะมีแสงสีขาววิ่งผ่าน เหตุการณ์ผิดปกติไม่ได้จบแค่ภาพถ่ายที่ผิดปกติเท่านั้น แต่เขายังต้องพบกับปัญหาสุขภาพอย่างอาการปวดคอ ปวดหลัง ไม่ทราบสาเหตุ

สำหรับใครที่เคยดูเรื่อง Shutter มาแล้ว อาจจะต้องยกนิ้วให้พี่เนตรเป็น ผีสาวในโลกภาพยนตร์ไทย ที่เฮี้ยนจริง เล่นแรง แก้แค้นแบบเจ็บแสบ เพราะแท้จริงแล้วเธอถูกฆ่าตายด้วยความทรมานต่อหน้าผู้ชายที่เธอรัก โดยที่เขาไม่ได้แสดงความช่วยเหลือเธอเลยแม้แต่น้อย
วิญญาณของเนตรยังคงตามติดเขาไปทุกที่ ทุกสถานการณ์ ปรากฏตัวให้เห็นผ่านภาพถ่ายที่เขาถ่ายไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม และแน่นอนว่าใครที่ดูจบแล้วบอกเลยว่าตอนจบโคตรพีค เพราะความจริงวิญญาณของเธออยู่กับธรรม์ตลอดเวลา เอาเป็นว่าใครยังไม่เคยดู แนะนำว่าเรื่องนี้เป็นหนึ่งในมาสเตอร์พีคของหนังผีไทยที่ห้ามพลาด การเล่าเรื่องช่วงแรกไม่ค่อยมีอะไรพีค แต่หนังจะค่อย ๆ ไต่ระดับไปจนถึงตอนเฉลยที่ทำให้คุณต้องร้อง ห๊ะ! กันเลยทีเดียว
1. ผีชบา – โปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาต
เรื่องนี้ยกให้เป็นที่สุดของหนังผีไทยที่ทำเอาแฟนหนังหลอนจนนอนไม่หลับกันเป็นเดือน ด้วยความที่เนื้อเรื่องเกี่ยวกับโรงภาพยนตร์โดยตรง ผีสาวที่ชื่อ “ชบา” เคยทำงานเป็นนักแสดงที่ต้องรับบทหญิงวิปลาสที่ฆ่าเด็ก เธอถูกชาวบ้านจับได้ และถูกชาวบ้านจับแขวนคอ เธอจะต้องแสดงความทรมานจากการโดนแขวนคอ แต่แสดงเท่าไหร่ก็ไม่ถูกใจผู้กำกับสักที แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุกลางกองถ่าย เมื่อเชือกสลิงดันขาด เธอถูกเชือกรัดคอเสียชีวิตกลางกองถ่าย
ผีชบา แค้นผู้คนที่เกี่ยวข้องที่เป็นส่วนทำให้เธอตาย ดังนั้น คนในกองถ่ายที่ทำงานในวันนั้นต้องพบกับจุดจบอันน่าสยดสยอง แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เพียงทีมงานที่เข้าฉากในวันนั้น สำหรับผีชบา ใครก็ตามที่ดูม้วนฟิล์มภาพยนตร์เรื่องนั้นจะต้องตายตามกัน

คือจะบอกว่าเนื้อเรื่องออกแนวผีแก้แค้น ผีอาฆาตแรงคล้ายกับ The Ring ของญี่ปุ่นเลย ของญี่ปุ่นเขาจะเป็นแนวม้วนฟิล์มต้องคำสาปที่หากใครดูก็จะต้องตาย แต่สำหรับผีชบาของไทยเราความหลอนไม่แพ้ของญี่ปุ่นเขาเลย การแสดงของคุณเจีย สฤญรัตน์ที่เล่นได้น่ากลัว การแต่งหน้าหลอนได้ใจ ยิ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโรงหนังโดยตรง สำหรับคนชอบเข้าไปดูหนังโรงในยุคนั้น เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยคงกลัวโรงหนังไปอีกนาน และเรื่องนี้ก็ทำเอาหลายคนไม่กล้านอนปิดไฟไปเป็นเดือนเลยแหละ
สรุป
จบกันไปแล้วกับ 7 อันดับ ผีสาวในโลกภาพยนตร์ไทย ที่เราหยิบยกมาฝากกันในวันนี้ เพื่อน ๆ รู้จักผีสาวคนไหน หรือเคยแอบหลอนใครบ้าง บอกได้เลยว่าผีไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกนะจ๊ะ แต่ละคนนางก็มีกิมมิคและเลเวลความน่ากลัวมากพอที่จะทำเอาไม่กล้าปิดไฟเดินไปห้องน้ำกันเลยทีเดียว แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ เคยกลัวผีตัวไหนบ้างไหม

