บนโลกใบนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายที่บางเรื่องวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ สัญลักษณ์แห่งความชั่วร้าย (Symbols of Death) มักมาพร้อมกับความเชื่อทางศาสนา การเชื่อมโยงมิติแห่งวิญญาณ และสิ่งที่ปรากฏขึ้นบนโลกมนุษย์ สิ่งเหล่านี้ต่างเป็นข้อย้ำเตือนใจมนุษย์ให้เฝ้าระวังและไม่ประมาทในชีวิต
แต่ละประเทศต่างมีความเชื่อทางศาสนาและวัฒนธรรมแตกต่างกัน สัญลักษณ์บางอย่างเชื่อมโยงกับโลกของวิญญาณและความตาย ในบทความนี้ ghostsfolder เราจะพาไปรู้จักกับ 9 สัญลักษณ์ที่เมื่อปรากฏที่ไหน มักมาพร้อมกับเรื่องไม่ดี ลางร้าย และความตายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
9. หัวกะโหลก
หัวกะโหลกมักเกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์แห่งความตายทุกชนิด หัวกะโหลกคือสิ่งสุดท้ายของชีวิตมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ เมื่อดวงวิญญาณจากไป ในประเพณีของชาวพิวริตันในนิวอิงแลนด์ หัวกะโหลกที่พบบนหลุมศพ เรียกว่า “หัวแห่งความตาย” สื่อถึงพลังอำนาจแห่งความตายที่กำลังจะเกิดขึ้น
อีกหนึ่งวัฒนธรรมอย่าง Memento Mori ที่ปรากฏในภาพวาดและงานศิลปะ มันมักมาคู่กับกระดูก นาฬิกาทราย เทียนดับ และดอกไม้เหี่ยวเฉา มีข้อความภาษาละตินระบุเอาไว้ว่า “จงจำไว้ว่าเจ้าต้องตาย” อีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่พบได้บ่อยคือหัวกะโหลกไขว้ มักพบได้ในหมู่นักเดินเรือ เพราะสัญลักษณ์นี้คือตัวแทนของกลุ่มโจรสลัด

หัวกะโหลกจะเปรียบเหมือนสัญลักษณ์แห่งความไม่เที่ยงแท้ เปรียบได้กับชีวิตมนุษย์ที่ทุกคนมีชีวิตอยู่ และสุดท้ายก็ต้องตายทุกคน
8. ไม้กางเขน
ไม้กางเขน คือ ตัวแทนของศาสนาคริสต์ เปรียบดั่งตัวแทนแห่งพระเยซูเจ้าที่สละชีวิตด้วยการถูกจับตรึงไว้กับไม้กางเขน แล้วถูกประหารชีวิต ไม้กางเขนจึงเปรียบดั่ง สัญลักษณ์แห่งความชั่วร้าย เพราะมันคือสิ่งที่ทำลายศรัทธาของผู้ที่ศรัทธาและรักในพระเจ้า นอกจากจะเป็นตัวแทนแห่งความโศกเศร้าแล้ว ไม้กางเขนยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเสียสละ การไถ่บาป และการประกาศชัยชนะเหนือความตายแห่งบาปทั้งปวง เชื่อมโยงกับความเชื่อในศาสนาคริสต์

ในภาพยนตร์หรือเรื่องเล่าทางตะวันตก เมื่อมีการปรากฏตัวของปีศาจร้าย วิญญาณ และสิ่งลี้ลับ ไม้กางเขนมักมีบทบาทสำคัญในการปกป้อง ขับไล่ ป้องกันสิ่งชั่วร้าย ถ้าให้เปรียบง่าย ๆ ก็เหมือนกับเราที่นับถือพุทธ เรามักจะใช้พระเป็นเครื่องรางในการป้องกันและไข่ไล่วิญญาณร้ายนั่นเอง
7. กริช
ในโลกตะวันตก “กริช” มักปรากฏในเอกสาร เช่น งานวิชาการ งานเขียนเกี่ยวกับวงศ์ตระกูล ตลอดจนอัตชีวประวัติของบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนใหญ่มักถูกวางไว้ข้างหน้าปีที่เสียชีวิต ยกตัวอย่างเช่น 1925 – † 1995 หมายความว่า บุคคลนั้นเกิดเมื่อปี 1925 เสียชีวิตปี 1995

นอกจากนี้ เครื่องหมายกริชยังถูกใช้ในการลำดับวงศ์ตระกูล การปรากฏสัญลักษณ์ † ด้านหน้าชื่อ บ่งบอกว่าบุคคลในตระกูลคนนั้นได้เสียชีวิตลงไปแล้ว กริชจึงเป็นสัญลักษณ์มัดสั้นที่มักบ่งบอกถึงความตาย การสูญสิ้น และความโศกเศร้าเสียใจ
6. ยมทูต
ยมทูต คือ สัญลักษณ์แห่งความชั่วร้าย ที่พบได้ในหลายความเชื่อทั่วโลก ยมทูตกลายเป็นที่รู้จักดีในชื่อ The Three and The Three Dead ซึ่งเป็นช่วงที่กาฬโรคกำลังระบาดในศตวรรษที่ 14 ภาพวาดของยมทูตจึงกลายเป็นงานศิลปะแพร่หลายไปทั่วโลก ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ยมทูตจึงกลายเป็นตัวแทนแห่งความชั่วร้ายและความตาย

ภาพลักษณ์ของยมทูตแตกต่างกันไปตามความเชื่อและศาสนา แต่ภาพจำที่เด่นชัดสุดคือ หัวกะโหลกสวมเสื้อคลุมมีฮูด มือข้างหนึ่งถือเคียว ส่วนอีกข้างว่างเปล่า ว่ากันว่าเป็นมือที่คอยรับดวงวิญญาณของผู้ที่เพิ่งตาย ในขณะที่อีกมือที่ถือเคียวยักษ์ขนาดใหญ่ ตามตำนานกล่าวว่า มันคือเคียวเกี่ยวข้าวสาลีที่ผู้คนใช้กันในศตวรรษที่ 14 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์เริ่มรู้จักคำว่า “ความตาย” มากที่สุด
5. เทียนไข
แม้ว่าเทียนไขจะไม่เชิงว่าเป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับความชั่วร้ายโดยตรง เทียนกลับกลายเป็นตัวแทนที่ดับพลังแห่งความชั่วร้ายเสียมากกว่า ลองนึกภาพตามในค่ำคืนที่มืดมิด ช่วงเวลาที่มืดมน ผู้คนมักจุดเทียนไขเพื่อต้องการแสงสว่างจากมัน เมื่อมีแสงสว่างย่อมหลีกเลี่ยงความหวาดกลัวในจิตใจ เทียนไขจึงเปรียบเหมือนความหวัง การระลึกถึง ในบางครั้งอาจหมายความรวมถึงการรำลึกถึงบุคคลที่จากไป

ในศาสนาคริสต์ ยิว รวมถึงศาสนาพุทธเอง การจุดเทียนมักใช้ในการไว้ทุกข์ การทำพิธีกรรมทางศาสนา เป็นเหมือนตัวกลางเชื่อมระหว่างผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่กับบุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว เทียนที่ดับลงไปสะท้อนให้เห็นถึงความตาย การดับสูญของพลังชีวิตที่ดับไปพร้อมกับแสงเทียน
4. ดอกลั่นทม
ความเชื่อเกี่ยวกับดอกลั่นทม เป็นความเชื่อของทางฝั่งไทยเรา ดอกลั่นทม หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “ดอกลีลาวดี” ดอกไม้สีขาว ด้านในสีเหลืองสวยงาม มีกลิ่นหอมละมุนชวนฝัน มักนิยมปลูกกันตามสถานที่พักผ่อน เช่น โรงแรม รีสอร์ท บ้านเรือน แม้จะเห็นว่าภายนอกสวยงามน่าหลงใหลแค่ไหน แต่ความจริงแล้วคนโบราณเชื่อว่าดอกลั่นทมคือ สัญลักษณ์แห่งความชั่วร้าย

คำว่า “ลั่นทม” ไปพ้องเสียงกับคำว่า “ระทม” ซึ่งมีความหมายถึง ความทุกข์โศก เศร้าใจ ความเจ็บปวด ด้วยเหตุนี้คนโบราณจึงไม่นิยมนำต้นลั่นทมมาปลูกภายในบริเวณบ้าน เพราะว่าเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความทุกข์โศก ความเสียใจ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับความสูญเสีย หรือมีเหตุทำให้เกิดเรื่องราวทุกข์ร้อนใจ แต่ถึงกระนั้น ดอกลั่นทมยังคงได้รับความนิยมอย่างสูง ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกตามที่พักตากอากาศ วัด สุสาน
3. โลงศพ
คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่หากโลงศพ จะถูกยกให้เป็นตัวแทนแห่งความชั่วร้าย ก็แหงล่ะ หน้าที่ของมันคืออุปกรณ์ไว้สำหรับบรรจุร่างของผู้เสียชีวิตเพื่อนำไปทำพิธีกรรมทางศาสนา โลงศพถูกใช้ในพิธีกรรมเผาศพไม่ว่าจะศาสนา หรือวัฒนธรรมไหนในโลก

โลงศพ คือสถานที่ที่เปรียบได้กับเป็นสถานที่พักสุดท้ายของผู้วายชน บรรยากาศเต็มไปด้วยความรู้สึกโศกเศร้า สูญเสีย และการไว้อาลัย เป็นตัวแทนที่บ่งบอกถึงจุดจบของชีวิต ในขณะที่บางวัฒนธรรมเชื่อกันว่าโลงศพคือยานพาหนะสุดท้ายของชีวิต ก่อนจะเดินทางไปอีกภพภูมิหนึ่ง ในวัฒนธรรมจีน มีพิธีกรรมที่เรียกกันว่า “ทำบุญโลงศพ” เป็นเหมือนการสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ซึ่งประเพณีดั่งกล่าวก็ยังคงพบเห็นในวัดบางแห่งในประเทศไทยด้วย
2. หลุมฝังศพ
หลุมฝังศพ มีความใกล้เคียงกับโลงศพเลย ในบางศาสนา อย่างเช่นศาสนาคริสต์ หรือในประเทศจีน ร่างของผู้เสียชีวิตจะถูกนำมาฝังไว้ในหลุมฝังศพในสุสาน สถานที่ที่เหมือนกับเป็นบ้านหลังใหม่ของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว
สุสาน หรือ หลุมฝังศพถูกมองว่าเป็น สัญลักษณ์แห่งความชั่วร้าย เฉกเช่นเดียวกับโลงศพ ด้านหน้าหลุมฝังศพมักจะแกะสลักชื่อ วันเกิด และวันตายของผู้ตาย ถ้าเป็นในศาสนาคริสต์มักมาพร้อมกับไม้กางเขน ในศาสนายูดายจะเป็นดาวดาวิด สุสานในศาสนาอิสลามจะเป็นสัญลักษณ์พระจันทร์เสี้ยวและดาว

ในขณะเดียวกัน บางประเทศยังสลักสัญลักษณ์เทวดา ตัวแทนผู้พาดวงวิญญาณไปยังอีกภพภูมิ สัญลักษณ์ลูกแกะ ตัวแทนแห่งความบริสุทธิ์ และสัญลักษณ์นก ก็พบได้บ่อย สื่อความหมายถึง การเริ่มต้นเดินทางในโลกใหม่
1. อีกาดำ
นกบางประเภทถูกมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตน่ารัก น่าทะนุถนอม แต่นั่นไม่ใช่สำหรับอีกาดำ ที่ดูเหมือนว่าหลายประเทศมองคล้ายกับว่ามันคือสิ่งมีชีวิตที่มาพร้อมกับลางร้าย ความตาย และปีศาจ
เหตุผลที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะในอดีตพบหลักฐานการมีอยู่ของเจ้าอีกาดำ มักปรากฏตัวในสถานการณ์หรือเหตุการณ์เลวร้าย เช่น มันมักปรากฏตัวในสนามรบที่มีคนตายจำนวนมาก สุสาน นอกจากนี้ การมีอยู่ของอีกายังปรากฏในตำนานเทพปกรณ์นัมของชาวนอร์ส อีกา 2 ตัวเป็นสัตว์เลี้ยงของโอดิน ว่ากันว่ามันคือสัญลักษณ์แห่งความคิด สติปัญญา เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้

ในปัจจุบัน อีกามักปรากฏในภาพยนตร์สยองขวัญ เช่นเดียวกับแมวดำ ที่ผู้คนมองว่ามันคือสิ่งมีชีวิตที่เป็นอีกร่างของผู้นำทางวิญญาณ ผู้นำทางดวงวิญญาณไปในอีกภพภูมิ
สี สัญลักษณ์แห่งความชั่วร้ายและความตาย
นอกเหนือจากสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของที่ผู้คนขนานนามว่า พวกมันคือ สัญลักษณ์แห่งความชั่วร้าย ในอีกทางหนึ่ง ความเชื่อเกี่ยวกับ “สี” ก็สามารถถูกตีความว่ามันคือสีแห่งความตาย ปีศาจ และความชั่วร้ายได้เช่นกัน
สีดำ : แน่นอนล่ะว่าสีดำคือตัวแทนแห่งความตายชนิดที่ปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่าจะศาสนาไหนในโลก สีดำคือสีแห่งความโศกเศร้า น่ากลัว และความสูญเสีย มักถูกใช้ในงานศพ รวมถึงช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ที่แสนยาวนาน
สีแดง : แม้ว่าสีแดงจะเป็นสีสันแห่งชีวิตชีวา ความเร้าร้อน ความสดใส ถึงอย่างไรก็ตาม ในบางศาสนา สีแดงคือสีแห่งความตายที่แท้จริง อย่างในศาสนาคริสต์ สีแดงเหมือนดั่งเลือดของพระเยซูผู้เสียสละ เลือดของพระองค์ไหลลงสู่เบื้องล่าง อันเป็นจุดจบของชีวิต
สีม่วง : แม้ว่าในความเชื่อไทยโบราณ สีม่วง คือสีของผู้มีอันจะกิน มักนิยมใส่กันในชนชั้นสูง แสดงถึงฐานะทางสังคม อำนาจ เงินทอง บารมี แต่ในวัฒนธรรมยุควิตอเรีย สีม่วงคือสีแห่งการไว้ทุกข์ 1 ปีหลังจากมีการเสียชีวิตของบุคคลสำคัญ
สีเทา : เชื่อมโยงกับประเพณีการไว้ทุกข์ในวัฒนธรรมวิกตอเรีย สีม่วงมักจะเป็นม่วงเทา ม่วงอมชมพู สีม่วงอ่อน สีเทามักถูกใช้ในการไว้ทุกข์เช่นเดียวกับสีม่วง เนื่องจากสีเทาถูกมองว่า มันคือสีของเถ้าถ่านที่เกิดหลังจากการเผาศพ ซึ่งเป็นความเชื่อที่พบได้ในประเพณีคริสต์เตียนตะวันตก
ตัวแทนแห่งความตายและความชั่วร้ายที่โลกต้องจดจำ
เรื่องราวเกี่ยวกับ สัญลักษณ์แห่งความชั่วร้าย ไม่ต่างอะไรจากความเชื่อเกี่ยวกับสัญลักษณ์แห่งความตาย ความเชื่อเหล่านี้ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ก็เกิดขึ้น แต่มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีต บางความเชื่อพบปรากฏในตำนานพื้นบ้าน ตำนานเทพ ตลอดจนคัมภีร์ทางศาสนาที่ล้วนแล้วแต่มีความเชื่อแตกต่างกัน แล้วคุณล่ะ มองสัญลักษณ์เหล่านี้เป็นยังไง กลัวหรือรู้สึกว่ามันอาจจะเป็นแค่ความเชื่ออย่างหนึ่ง หรือมองว่ามันก็คือศิลปะชิ้นเอกของกวีโลกเท่านั้น… คิดเห็นยังไงกันบ้าง

