เหตุการณ์ไฟไหม้ ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและสามารถร้ายแรงถึงชีวิตได้ ในประเทศไทยต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไฟไหม้อยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่ไฟไหม้ระดับเล็กที่สามารถควบคุมเพลิงได้ เหตุการณ์ในลักษณะนี้อาจสร้างความเสียหายในแง่เสียทรัพย์ บ้านเรือนพังเสียหาย แต่คงไม่ร้ายแรงเท่าเหตุการณ์ไฟไหม้ระดับโศกนาฏกรรมที่สามารถสร้างความเสียหายถึงแก่ชีวิต โดยเฉพาะไฟไหม้หมู่ที่คร่าชีวิตผู้คนตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพัน
ทุกคนจำได้ไหมว่าในประเทศไทยเราเคยมีเหตุการณ์ไฟไหม้ที่รุนแรงที่สุดเหตุการณ์ไหนบ้าง บทความวันนี้ ghostsfolder เราจะพาทุกท่านไปย้อนรอยโศกนาฏกรรมระดับประวัติศาสตร์ที่คนไทยไม่มีทางลืม จะมีเหตุการณ์ไหนบ้าง
9. ไฟไหม้หอพักนักเรียนหญิงโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา
เหตุการณ์ครั้งนี้ย้อนไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2559 เกิดเหตุเพลิงใหม่หอพักหญิงบ้านเด็กร่วมใจที่ตั้งอยู่ในโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ในเหตุการณ์นี้มีนักเรียนหญิงเสียชีวิตรวม 38 ราย

หอพักหญิงบ้านเด็กร่วมใจเป็นอาคารสูง 2 ชั้น ลักษณะครึ่ง ปูนครึ่งไม้ ความสูงประมาณ 8 เมตร อาคารแห่งนี้มีอายุเก่าแก่กว่า 41 ปี พื้นที่ภายในอาคารแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนประตูทางเข้าหลัก ซึ่งจัดกิจกรรมที่เต็มไปด้วยกองหนังสือ เสื้อผ้าบริจาค และอุปกรณ์การเรียน และโซนห้องครัว
เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2559 เด็กนักเรียนหญิงจำนวน 38 คน อายุระหว่าง 5-12 ปีเข้านอนในเวลา 21:00 น. โดยมีครูเวรดูแลด้านนอก เวลาประมาณ 22:30 น. ไฟฟ้าภายในหอพักดับ ในตอนแรกเด็ก ๆ และครูคิดว่าเป็นแค่ไฟดับปกติ จึงพากันเข้านอน แต่พอเวลา 23:00 น. เริ่มมีกลิ่นและกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากด้านล่าง เด็ก ๆ ที่กำลังนอนอยู่รีบตื่น แล้วพากันหนีเอาตัวรอด แต่เนื่องจากไฟลุกลามอย่างรวดเร็วบริเวณชั้นล่าง ปิดทางเข้าออก จึงไม่สามารถหนีออกมาได้
การสืบสวน เหตุการณ์ไฟไหม้ ครั้งนี้สรุปได้ว่าต้นตอของเพลิงมาจากหลอดไฟฟลูออกเรสเซนต์ที่บริเวณห้องเก็บของและห้องครัวชั้นล่างละลายแล้วหยดใส่กองเสื้อผ้าบริจาค ไฟลามไปติดโครงสร้างไม้อย่างรวดเร็ว นักเรียนหญิงไม่สามารถหนีออกได้ เนื่องจากกลุ่มควันปิดทางเข้าออก อีกทั้งการออกแบบอาคารที่หน้าต่างเป็นเหล็กดัดและไม่มีระบบหนีไฟตามมาตรฐาน เหตุการณ์ในครั้งนี้จึงคร่าชีวิตเด็กไปกว่า 17 ราย และบาดเจ็บอีก 5 ราย
8. โกดังเก็บดอกไม้ไฟระเบิด นราธิวาส
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2566 เกิดเหตุไฟไหม้โกดังเก็บพลุครั้งใหญ่ที่จังหวัดนราธิวาส เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โกดังเก็บพลุ ดอกไม้ไฟ และประทัดที่ตั้งอยู่ในตลาดมูโนะ ต.มูโนะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สิน บ้านเรือนประชาชน มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลักร้อย
นี่คือ เหตุการณ์ไฟไหม้ ที่จะเรียกได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมที่รุนแรงเหตุการณ์หนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากตัวตลาดมูโนะตั้งอยู่ใจกลางชุมชน รายล้อมไปด้วยร้านค้าและบ้านเรือนประชาชนมากมาย บ้านเรือนประชาชนที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านไม้เก่าตั้งเรียงราย ส่วนตัวโกดังอยู่ด้านหลังตลาดออกไป 500 เมตร
เช้าวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2566 สามีภรรยาเจ้าของโกดังพาครอบครัวออกไปเที่ยวต่างจังหวัดในวันหยุด ช่วงบ่ายของวันนั้นช่างรับเหมากำลังเชื่อมประกอบเหล็กภายในโกดัง เวลาประมาณ 15:00 น. เกิดเหตุไฟไหม้ลุกกล่องกระดาศและระเบิดขนาดเล็กภายในโกดัง ในขณะที่คนงานพยายามช่วยกันดับไฟ แต่ไม่ทันการ ในเวลาเพียงไม่กี่นาที เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ แรงระเบิดนั้นสะเทือนไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในชุมชนพังทลายทับผู้คนที่อาศัยอยู่ในบ้าน

ผลการสืบสวนพบว่าสาเหตุของระเบิดครั้งนี้เกิดจากสะเก็ดไฟจากการเชื่อมเหล็กกระเด็นตกใส่กล่องกระดาศที่บรรจุพลุและดอกไม้ไฟ แม้ว่าคนงานพยายามช่วยกันดับไฟ แต่พลุที่ชนกันเองบนกล่องบรรจุบนรถบรรทุกที่บรรทุกพลุและดอกไม้ไฟเต็ม 2 คันรถสิบล้อ
เหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สิน บ้านเรือนประชาชน มีประชาชนได้รับบาดเจ็บมากถึง 389 ราย และมีผู้เสียชีวิตรวม 12 ราย มีทั้งช่าง คนงาน และชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงที่ไม่สามารถหลบหลีกได้ทัน
7. ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา
เรื่องนี้ถือว่าเป็นโศกนาฏกรรมที่เพิ่งเกิดไปเมื่อ 2 ปีก่อน เหตุการณ์ไฟไหม้ ที่ค่อนข้างสะเทือนใจคนไทย เมื่อรสบัสทัศนศึกษาที่โดยสารครูและนักเรียนอนุบาล 2 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆารามเกิดเหตุเพลิงไหม้ ไฟครอกท่วมคัน มีครูและนักเรียนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
ครูและนักเรียนของโรงเรียนเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี ออกเดินทางด้วยรถบัสจำนวน 3 คันเพื่อเดินทางทัศนศึกษาที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. จ.นนทบุรี ขณะกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปนนทบุรีบนถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงขาเข้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ รถบัสคันที่ 2 เกิดเหตุเพลิงไหม้ไฟลุกท่วมคันภายในเวลารวดเร็ว

ครูและนักเรียนกว่า 44 คนต้องวิ่งหนีตายกัน แต่ประตูอัตโนมัติไม่ทำงาน ประกอบกับประตูฉุกเฉินด้านหลังเปิดได้ยาก ส่งผลให้ครู 3 ท่านและนักเรียนบางส่วนติดอยู่ภายใน ไม่สามารถหนีออกมาได้ เนื่องจากข้อจำกัดของโครงสร้างรถบัสที่มีประตูเพียง 2 จุด คือ ประตูหน้าและประตูฉุกเฉินตอนท้าย อีกทั้งรถบัสคันนี้ติดตั้งแก๊ส NGV เกินขนาดมาถึง 11 ถัง บางส่วนถูกนำไปซุกไว้ใต้ท้องรถช่วงหน้าและห้องโดยสารตอนหน้า
จากการสืบสวนพบว่าสาเหตุของเพลิงไหม้เกิดจากการรั่วไหลของก๊าซ NGV/CNG ในระบบเชื้อเพลิงส่วนหน้าที่ชำรุดแตกหนัก และไถลไปกับพื้นผิวถนนในขณะที่รถกำลังวิ่ง ทำให้เกิดประกายไฟความร้อนสูง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 23 ราย หนึ่งในนั้นเป็นนักเรียน 20 คน และครูอีก 3 คน
6. ไฟไหม้สถานบันเทิง Mountain B
นับว่าเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรม เหตุการณ์ไฟไหม้ ที่คนชอบเที่ยวสถานบันเทิงไม่เคยลืม นั่นก็คือไฟไหม้สถานบันเทิงชื่อดังในจังหวัดชลบุรี Mountain B เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เหตุการณ์ที่ทำเอานักท่องราตรีต้องหวั่นผวาไปตาม ๆ กัน

สาเหตุของเพลิงไหม้เกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณระบบไฟบนเพดานหลังเวทีแสดงดนตรี ประกายไฟตกใส่แผ่นโฟมซับเสียง ภายในเวลาไม่กี่วินาที ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วทั่วร้าน นักท่องเที่ยวแห่หนีกันจ้าละหวั่น วิ่งกรูกันบริเวณทางออก เนื่องจากประตูทางออกของร้านมีเพียงทางเข้าทางเดียว ส่วนประตูหนีไฟด้านหลังถูกปิดตาย เนื่องจากกลัวคนแอบลักลอบเข้าและหนีออก เหตุการณ์ Mountain B คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 26 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 50 ราย
5. ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว
เหตุการณ์ล่าสุดที่เพิ่งผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อเดือนที่ผ่านมากับเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ร้านอาหารที่ถูกดัดแปลงเป็นสถานบันเทิงชื่อดังย่านลาดพร้าวซอย 1
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลาประมาณ 23:57 น. เกิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมกว่า 71 ราย และผู้เสียชีวิตกว่า 41 ราย ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตจากการสำลักควัน แผลพุพอง และการติดเชื้อในกระแสเลือด

การสืบสวนพบว่าสาเหตุของเพลิงไหม้เกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณด้านบนเพดานเหนือเวทีการแสดงสด เนื่องจากการใช้ไฟเกินขนาด เมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ประกายไฟลุกลามไปติดกับแผ่นโฟมบุซับเสียงอย่างรวดเร็ว จนเกิดไฟลุกลามทั่วร้าน และเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Backdraft ทันทีที่นักท่องเที่ยวเปิดประตูออก เกิดระเบิดและเปลวเพลิงพวยพุ่งสวนกลับออกอย่างรุนแรง
4. เหตุการณ์รถแก๊สระเบิด ถนนเพชรบุรี
นี่คือ เหตุการณ์ไฟไหม้ ที่น่ากลัวและคนไทยไม่มีวันลืมกับเหตุการณ์รถแก๊สระเบิดบริเวณถนนเพชรบุรี เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2533 เวลาประมาณ 22:00 น. รถบรรทุกก๊าซ LPG ของบริษัท สยามแก๊ซ แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด บรรทุกก๊าซขนาด 40,000 ลิตรขนาดใหญ่จำนวน 2 ถัง ขับด้วยความเร็วสูงมาถนนเพชรบุรีตัดใหม่ บริเวณทางลงทางด่วน มุ่งหน้าสี่แยกมิตรสัมพันธ์

คนขับขับรถด้วยความเร็วสูง เพื่อเร่งให้ทันไฟเขียว แต่มีรถยนต์คันหนึ่งเลี้ยวตัดหน้ากะทันหัน คนขับจึงหักหลบและเหยียบเบรกจนรถเสียหลักพลิกคว่ำและไถลไปกับพื้นถนนอย่างรุนแรง ถังแก๊ส 2 แคปซูลหลุดออกจากตัวรถและเกิดรอยปริแตก ทำให้ก๊าซ LPG พวงพุ่งกระจายไปในอากาศ เพียงเวลาไม่นานเกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้อย่างรุนแรง ทำให้ถนนเส้นทางกลายเป็นทะเลเพลิงในชั่วพริบตา
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนประชาชนที่อาศัยบริเวณนั้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บและสูญเสียอวัยวะรวม 36 ราย และผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ถึง 88 ราย ผู้เสียชีวิตหลายรายเสียชีวิตภายในรถยนต์ที่จอดติดไฟแดง และผู้ที่อาศัยในหอพักติดริมถนนเสียชีวิตจากการถูกไฟครอกทันที
3. ไฟไหม้โรงแรมจอมเทียนรีสอร์ต
ถ้าพูดถึงเหตุการณ์อัคคีภัยที่มีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับต้น ๆ ที่เมืองไทยเคยเผชิญมา หนึ่งในนั้นคนไทยคงไม่ลืมข่าวไฟไหม้โรงแรมรอยัล จอมเทียน รีสอร์ต พัทยา เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2540 เกิดเหตุไฟไหม้โรงแรมหรูขนาดใหญ่ย่านจอมเทียน มีผู้เข้าพักกว่า 450 ห้อง
คาดว่าสาเหตุมาจากแก๊สรั่วในครัวที่อยู่ห้องอาหารชั้นล่าง พนักงานปิดวาล์วไม่สนิท ทำให้แก๊สรั่วไหล และเกิดระเบิดขึ้น ในเวลาไม่นานไฟลุกลามทั่วโรงแรม ส่งผลให้มีแขกผู้เข้าพักกว่า 800 ชีวิตต้องวิ่งหนีกันออกมาตามห้องพักและห้องประชุมต่าง ๆ รวมแล้วมีผู้เสียชีวิตกว่า 91 ราย
2. ไฟไหม้ซานติก้า ผับ
ถ้าพูดถึงเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงที่โด่งดังสุดในไทย คงหนีไม่พ้น เหตุการณ์ไฟไหม้ ซานติก้า ผับ เมื่อปี 2552 ซึ่งเคยเป็นข่าวโด่งดังขึ้นหน้า 1 ทุกสำนักพิมพ์ เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2551 คนนับร้อยชีวิตมาร่วมงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และส่งอำลาซานติก้าที่จะเปิดให้บริการวันสุดท้าย
เหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากพลุไฟที่จุดขึ้นไปติดกับแผ่นโฟมบุซับเสียงบนฝ้าเพดาน ภายในเวลาไม่กี่นาทีไฟเริ่มลุกลามและมอดไหม้ทั้งร้านอย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยวต่างวิ่งกรูหนีตายกันบริเวณทางออก ซึ่งเป็นทางเข้าออกเพียงทางเดียวของร้าน เหตุการณ์นี้นับว่าเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่มีผู้เสียชีวิตมากถึง 67 ราย
1. ทะเลเพลิงโรงงานตุ๊กตาเคเดอร์
ยกให้เป็นเหตุการณ์อัคคีภัยที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยเลย เพราะเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 188 ราย โรงงานตุ๊กตาขนาดใหญ่ย่านพุทธมณฑลเกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรง จนคร่าชีวิตแรงงานไปนับร้อยชีวิต ต้นเหตุของเพลิงไหม้มาจากพนักงานในโรงงานทิ้งก้นบุหรี่ที่ยังดับไม่สนิทไปโดนกองผ้าและพลาสติก ซึ่งเป็นเชื้องเพลิงอย่างดี
พนักงานหลายร้อยชีวิตพยายามหนีตายกันออกมา แต่การออกมาก็ไม่ได้ง่าย เมื่อทางออกถูกปิด ประตูทางออกคับแคบ และควันที่กำลังพวยพุ่งทั่วโรงงาน บางรายถึงขั้นกระโดดออกทางหน้าต่างจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และแรงงานอีกนับร้อยชีวิตต้องจบชีวิตภายในโรงงานอย่างน่าสยดสยอง

