คดีฆาตกรรมวีนา

คดีฆาตกรรม “วีนา” เมื่อวิญญาณกลับมาเรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเอง

หัวข้อน่าสนใจ

คดีฆาตกรรม หลายเหตุการณ์บนโลกใบนี้ ชวนให้รู้สึกสะเทือนใจทุกครั้งที่ได้ฟังหรือได้อ่าน เหตุการณ์ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นจริงบนโลกนี้กว่า 99% เหยื่อผู้ถูกกระทำคือคนที่น่าสงสารมากที่สุด หลายเหตุการณ์ถูกนำไปทำเป็นสารคดี บางเหตุการณ์ถูกนำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์

หนึ่งในเหตุการณ์ฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่เราจะมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังกันในวันนี้ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองไทยเรานี่เอง วันนี้เราจะพาชาว ghostsfolder ลงใต้ไปยังประเทศอินโดนีเซีย พบกับเรื่องราวของ “วีนา” เด็กสาววัยรุ่นที่ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม แต่กลับไม่ได้รับความยุติธรรม วิญญาณของเธอจึงกลับมาเปิดเผยความจริงทั้งหมด

วีนา เด็กสาวที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน

วีนา เดวี อาซีตา (Vina Dewi Arsita) เด็กสาววัย 16 ปี เธออาศัยอยู่ในเมืองจีเรอบน จังหวัดจีวาตะวันตก ประเทศอินโดนีเซีย เธอเติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลาง มีพี่สาว 1 คน ครอบครัวรักและทะนุถนอมเธอดั่งแก้วตาดวงใจ

ด้วยความที่วีนาเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เธอได้เริ่มคบหาดูใจกับแฟนหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน เขาชื่อ มูฮัมมัด ริกกี้ คุเดียนา หรือชื่อเล่นว่า “เอ็กกี้”

วีนาและเอ็กกี้
วีนาและเอ็กกี้ แฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกัน

ตัวของเอ็กกี้เองเป็นหนึ่งในสมาชิกแก้งค์มอเตอร์ไซค์ XTC ซึ่งรายละเอียดตรงนี้ต้องบอกก่อนว่า ในเมืองจีเรอบนมีแก้งค์มอเตอร์หลายแก้งค์ แต่ละกลุ่มจะออกแนวสร้างอิทธิพล เล่นพวกเล่นพ้อง และมักสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในเมืองจีเรอบน

เอ็กกี้คบหากับวีนา เขามักจะพาเธอนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ขับเที่ยวกับกลุ่มอยู่เป็นประจำ จนเรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติ ถึงขั้นทางครอบครัวของวีนาก็อนุญาตให้ลูกสาวออกไปเที่ยวกับเอ็กกี้ได้ เพียงแต่คอยพร่ำสอนให้วีนาระมัดระวังตัวและดูแลตัวเองให้ดี คำสั่งสอนนี้ยังคงถูกเอ่ยออกจากปาก Marliyana พี่สาวของวีนาในวันสุดท้ายก่อนเกิดเหตุ คดีฆาตกรรม สะเทือนขวัญ

ในวันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2016 วีนาขออนุญาตทางบ้านออกไปนั่งรถเล่นกับเอ็กกี้เหมือนที่ทำเป็นประจำ และแน่นอนว่ามารียานาก็เอ่ยปากอนุญาต เพียงแต่บอกให้น้องสาวดูแลตัวเองให้ดีและให้กลับบ้านตรงเวลา เวลาประมาณ 19:00 น. วีนาออกไปกับเอ็กกี้ ซึ่งเขาก็พาเธอไปนั่งรถเล่นร่วมกับเพื่อนในกลุ่ม XTC แบบที่ทำเป็นประจำ

ภาพวีนาในชีวิตจริงและในภาพยนตร์
วีนาในชีวิตจริงและนักแสดงที่รับบทแสดงเป็นวีนา

คำพูดสุดท้ายก่อนจะกลายเป็น “ศพ”

ในคืนนั้นเอง เวลาย่างเข้าสู่ช่วง 01:00 น. วีนายังไม่กลับบ้าน ซึ่งปกติเอ็กกี้จะพาเธอมาส่งตรงเวลา แต่วันนี้ไม่เหมือนอย่างทุกวันที่ผ่านมา นั่นทำให้ครอบครัวเริ่มกังวลใจ เพียงไม่นาน ทางบ้านของวีนาได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลว่าวีนาประสบอุบัติเหตุทางรถ กำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทุกคนในครอบครัวตกใจมาก รีบรุดไปโรงพยาบาลทันที แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตลูกสาวไว้ได้

ตำรวจแจ้งว่ารถมอเตอร์ไซค์ประสบอุบัติเหตุชนเสาไฟ เป็นสาเหตุให้เสียชีวิต ส่วนเอ็กกี้เสียชีวิตในที่เกิดขึ้น การจากไปของวีนาและเอ็กกี้สร้างความรู้สึกสะเทือนใจแก่ครอบครัวทั้ง 2 ฝ่ายเป็นอย่างมาก ด้วยความเศร้าโศกกับการจากไปอย่างกะทันหัน ทำให้ทางครอบครัวปักใจเชื่อสนิทว่าเป็นอุบัติเหตุจริง ไม่ได้นึกถึงเรื่อง คดีฆาตกรรม แต่อย่างใด  

หลังจากการเสียชีวิตของวีนาเพียง 6 วัน มีเรื่องราวแปลกประหลาดเกิดขึ้น เมื่อทางครอบครัวได้รับสายจากครอบครัวของ “ลินดา” เพื่อนสาวคนสนิทของวีนา โทรมาบอกว่าวิญญาณของวีนากำลังเข้าสิงร่างลินดาอยู่ ในเวลานั้นครอบครัวไม่สนเรื่องหลักวิทยาศาสตร์หรือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อะไรทั้งนั้น พวกเขาแค่อยากคุยกับลูกสาวอีกครั้ง จนไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงหรือลินดากุขึ้นมา

วีนาและลินดา
วีนาและลินดา เพื่อนสนิทที่อ้างว่าวิญญาณของวีนาเข้าสิงร่าง

เมื่อพวกเขาไปถึง ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังมาจากชั้น 2 ของบ้าน เสียงนั้นเหมือนเสียงของวีนา พวกเขาจำได้ดี เมื่อพวกเขาขึ้นไปยังชั้น 2 ก็พบลินดากำลังนั่งอยู่บนเตียง เมื่อเข้าไปถึง ลินดารีบโผกอดผู้เป็นพ่อ บอกว่าเธอคือวีนา และเธอยังบอกอีกว่า อย่าไปเชื่อที่ตำรวจพูด หนูไม่ได้ตายเพราะรถชน แต่หนูถูกฆาตกรรม

วิญญาณของวีนาใช้ร่างของลินดาเป็นเหมือนร่างทรง เพื่อสื่อสารและบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นให้ทุกคนได้รับรู้ความจริง วิญญาณที่พูดผ่านร่างของลินดาเล่าว่า พวกเขาทุบตีเธอด้วยท่อนไม้ ของแข็ง และกระทำความรุนแรงทางเพศต่อเธอ

หนึ่งในฉากจากหนังเรื่องวีนา
วิญญาณของวีนาใช้ร่างของลินดาเป็นร่างทรงสื่อวิญญาณ

ไม่รู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร แต่คำพูดนั้นมันทำให้คนเป็นพ่อนึกย้อนไปถึงสภาพศพของวีนา ร่างกายเธอฟกช้ำมากเกินกว่าอุบัติเหตุทางรถ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนเป็นพ่อและครอบครัวไปแจ้งยังสถานีตำรวจอีกครั้ง คราวนี้เอง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไปขุดร่างของเธอจากหลุมศพขึ้นมาเพื่อชันสูตรอีกครั้ง จึงพบความจริงว่า เธอถูกล่วงละเมิดจริง และร่างกายที่ฟกซ้ำไม่ได้เกิดจากที่รถชนเสา แต่เกิดจากการทุบตีด้วยของแข็งซ้ำ ๆ

จากอุบัติสู่คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญโด่งดังในอินโดนีเซีย

หลังการชันสูตรรอบ 2 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันแน่ชัดแล้วว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็น คดีฆาตกรรม ค่อนข้างชัดเจน ในคดีนี้ทางตำรวจตั้งข้อสงสัยแก้งค์มอเตอร์ไซค์ MRK ซึ่งเป็นคู่อริของแก้งค์ XTC ที่ริกกี้เป็นหนึ่งในสมาชิกนั้น

การสืบสวนคดีฆาตกรรมวีนาในที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบหาความจริงในที่เกิดเหตุในจีเรอบน

จากการสืบสวนสอบสวนได้ความว่า ในคืนวันที่ 27 สิงหาคม 2016 คนของแก้งค์ MRK ต้องการจะสั่งสอนแก้งค์ XTC จึงได้วางแผนขับรถไล่ตามกัน ในตอนแรกเอ็กกี้ก็ขับตามมากับกลุ่ม แต่ระหว่างทางได้แยกไปและดูเหมือนว่ากลุ่ม MRK ไม่ได้ขับตามกลุ่มใหญ่ แต่กลับขับรถมุ่งเป้าตามรถของทั้งคู่ พวกเขาขับไล่ตาม แล้วเอาไม้ไล่ตีตลอดทาง จนในที่สุดก็ถีบรถล้ม ศีรษะของวีนากระแทกพื้นหมดสติ เธอตื่นมาอีกทีก็พบแก้งค์มอเตอร์ไซค์รุมล้อมจะล่วงละเมิดทางเพศเธอ

เอ็กกี้ แฟนหนุ่มพยายามจะเข้ามาช่วย แต่ก็โดนรุมทำร้ายจนอาการสาหัส พวกเขาหันมารุมกระทำเธอ ใช้ไม้ฟาดตามร่างกาย ใช้อิฐทุบมือจนแหลก และขับมอเตอร์ไซค์ขับทับขาเธอเพื่อป้องกันการหลบหนี แต่เลวร้ายสุดเมื่อพวกมันล่วงละเมิดทางเพศเธอ เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ผลจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรงกับร่างทรงของลินดาพูดไว้ราวกับถอดภาพมา แต่ในคำพูดจากร่างทรงที่อ้างว่าวิญญาณวีนาเข้าสิง ได้พูดชื่อคนร้ายมา 1 คนชื่อว่า “เปกี้ (Pegi)” ซึ่งจากการจับกุมกลุ่มคนร้าย 8 คน พบว่ามีคนชื่อเปกีจริง แต่เขาไม่ได้ถูกจับมาด้วยในตอนแรก โดยทั้ง 8 คนที่ถูกจับกุมถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต

จากเรื่องจริงสู่จอภาพยนตร์สยองขวัญในชื่อเรื่อง “วีนา คืนบาปสาปจากหลุม”

ย้อนไปเมื่อปี 2024 เป็นปีที่ภาพยนตร์แนวสยองขวัญทั้งไทยและเทศต่างพากันยกพาเหรดฉายลงจอเงินกันรัว ๆ หนึ่งในเรื่องที่กวาดทั้งรายได้และคำชมอย่างล้มหลามคือ VINA BEFORE 7 DAYS หรือชื่อไทยคือ “วีนา คืนบาปสาปจากหลุม” ภาพยนตร์ที่นำเอาเรื่องจริง คดีฆาตกรรม นางสาววีนา เดวี อาซิตา ที่เสียชีวิตอย่างทารุณเมื่อ 8 ปีก่อนมาทำเป็นภาพยนตร์กึ่งสารคดี ในธีมสยองขวัญ

โปสเตอร์โปรโมทภาพยนตร์
เรื่องจริงที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2024

เนื้อหาในภาพยนตร์ถูกถอดมาจากเรื่องจริง 90% โดยแกนของเรื่องยังคงเป็นเรื่องราวเกิดขึ้นกับวีนาในคืนนั้น แต่ตัวหนังพยายามเล่นประเด็นสยองขวัญ โดยมีผีวีนาเป็นผู้ไขคดีให้ทุกคนได้รับรู้ พร้อมกับแต่งเติมเนื้อหาให้มีความสยองขวัญ วิญญาณอาฆาตที่ตามล้างแค้นกลุ่มที่กระทำกับเธอ

การที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกฉาย ทำให้กระแสคดีวีนาถูกหยิบยกมาพูดถึงกันในสังคมอีกครั้ง โดยเฉพาะประเด็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอินโดนีเซีย เมื่อสังคมสังเกตว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับคุมและถูกตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิตเมื่อ 8 ปีก่อนมีเพียง 7 คน ส่วนอีกหนึ่งคนคือ ซากา ทาทัล ถูกตัดสินจำคุก 8 ปี ทั้งที่ความจริงมีอีก 3 คนที่ยังไม่ถูกจับ กลายเป็นว่าคดีนี้ถูกรื้อขึ้นมาอีกครั้ง และมีการจับกุมตัวอีก 3 บุคคลที่เหลือ แต่ความจริงจับได้เพียง 1 คนเท่านั้น

มารียาน่า พี่สาวของวีนายื่นเรื่องในคดีฆาตกรรม
มารียานา ยื่นเรื่องเพื่อต้องการให้จับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 คน

ทนายความของจำเลยทั้ง 8 คนได้ยื่นศาลฎีกาให้ทบทวนการพิจารณาใหม่ โดยได้ยื่นหลักฐานใหม่ โดยให้การโต้แย้งว่าวีนาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์จริง ไม่ได้เป็น คดีฆาตกรรม แต่ศาลปฏิเสธหลักฐานใหม่ของฝ่ายจำเลย โดยให้เหตุผลว่า นี่ไม่ใช่หลักฐานใหม่ แต่เป็นหลักฐานที่ถูกพิจารณาไปแล้วในครั้งก่อน พร้อมทั้งยืนกรานว่าผู้พิพากษาไม่ได้ทำผิดพลาดในการประเมินข้อเท็จจริงหรือกฎหมาย

ความจริงแล้ววิญญาณของวีนามีจริงหรือไม่

ในช่วง 6 วันหลังการเสียชีวิตของวีนา อย่างที่ทราบกันดีว่าครอบครัวของลินดาอ้างว่า วิญญาณของวีนาใช้ร่างของวีนาเป็นร่างทรงเพื่อเปิดเผยความจริงที่เกิดขึ้น แต่ประเด็นนี้ภายหลังกลับมีข้อโต้แย้งและถกเถียงกันในสังคมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่าผู้ที่ถูกจับกุมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมจริงหรือ อีกทั้งภายหลังยังมีข่าวลืออีกว่า ในคืนวันเกิดเหตุ ลินดาก็อยู่ในที่เกิดเหตุกับวีนาและเอ็กกี้ด้วยเช่นกัน ประเด็นนี้จึงกลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงกันในโลกออนไลน์ แต่ทั้งนี้ ก็ไม่มีหลักฐานอะไรพิสูจน์ได้แน่ชัด

ซากา ทาทัล
ซากา ทาทัล 1 ใน 8 ผู้ต้องหาที่ถูกศาลพิพากษาจำคุกเพียง 8 ปี

บทสรุป

จากเรื่องราวของวีนา นับว่าเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่สร้างกระแสสังคมในอินโดนีเซีย ผู้คนต่างเห็นใจและสงสารวีนา เด็กสาวอนาคตไกลที่ต้องการจากไปจากการกระทำของคนบางกลุ่มที่ทำร้ายเธออย่างทารุณผิดมนุษย์ เรื่องราวของเธอถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ แม้จะเล่นโทนสยองขวัญ มีผีวีนาไล่ตามล้างแค้น แต่พอไปดูจริงเสียงส่วนใหญ่กลับพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันไม่ได้น่ากลัว แต่กลับรู้สึกหดหู่ใจ สงสารวีนาทั้งในเรื่องและชีวิตจริง และภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นแท่นหนังทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในอินโดนีเซีย