Cecil Hotel ตำนานโรงแรมสุดหลอนใจกลางมหานครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ที่ชาวเมืองขนานนามกันว่าเป็นโรงแรมหลอน ความจริงไม่เชิงว่าเป็นตำนานเมือง หรือโรงแรมผีสิงเสียทีเดียว แต่สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวมอาชญากรรมและคดีสะเทือนขวัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา
หนึ่งในคดีสุดโด่งดังที่ทั่วโลกต้องจดจำชื่อของ “เซชิล โฮเทล” คือ คดีการตายของเอลิซ่า แลม หญิงสาวชาวจีนที่ถูกพบเป็นศพปริศนาบนแทงค์น้ำบนดาดฟ้าของโรงแรม จนทุกวันนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้เลยว่า ร่างของเธอไปอยู่บนนั้นได้อย่างไร แล้วใครเป็นคนกระทำ
ยังไม่นับรวมคดีอาชญากรรมอีกหลายคดีที่มีความเกี่ยวข้องกับโรงแรมแห่งนี้ วันนี้ ghostsfolder ได้รวบรวมเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับโรงแรมในตำนานแห่งนี้กัน
บอกเก่าเล่าขานตำนานโรงแรมหลอน Cecil Hotel
เซซิล โฮเทล เป็นโรงแรมที่เฟื่องฟูสุดในช่วงทศวรรษ 1940 เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 1924 โดยความร่วมมือของนักธุรกิจ William Banks Hanners ร่วมกับ Charles L.Dix และ Robert H. Schops ก่อสร้างโรงแรมสไตล์ Beaux Arts ออกแบบโดย Loy Lester Smith การดีไซน์ล็อบบี้หินอ่อนหรูหรา หน้าต่างกระจกสี มีต้นปาล์ม และรูปปั้นหินอ่อนดูหรูรามากในยุคสมัยนั้น

Hanner ทุ่มงบประมาณไปกว่า 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการเนรมิตโรงแรมหรูใจกลางเมือง LA จำนวน 700 ห้อง โดยเป้าหมายของเขาคือนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวระดับสูง
ต้องยอมรับว่า Cecil Hotel เป็นโรงแรมที่เฟื่องฟูที่สุดในช่วงทศวรรษ 1940 จนถึงขั้นมองภาพแห่งอนาคต แต่กลับกลายเป็นว่า ภายในเวลา 3 ปีให้หลังจากการเปิดให้บริการ ทั่วโลกต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แน่นอนว่า LA ก็เป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับผลกระทบไปเต็มประตู
ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ความเสื่อมโทรมของมหานครลอสแอนเจลิสที่ในอดีตเคยเฟื่องฟูถึงขีดสุด บัดนี้มันกลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผู้คนในอเมริกาจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนตกงานมากขึ้น มีคนไร้บ้าน คนเร่ร่อน เดินเตร็ดเตร่ทั่ว LA สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้มาพร้อมกับคดีอาชญากรรมมากมาย ตั้งแต่คดีเล็กน้อย เช่น ชกชิงวิ่งราว ลักทรัพย์ การฆ่าตัวตาย ไปจนถึงคดีร้ายแรงอย่างฆาตรกรรม

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้เซซิล โฮเทลที่เคยวางภาพในหัวว่าจะเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับนักเดินทางระดับสูง แต่กลับกลายเป็นแหล่งพักอาศัยของผู้มีรายได้น้อย ระยะหลังเริ่มเป็นที่อาศัยของเหล่าฆาตกรต่อเนื่อง คนวิปริต คนเสพยา ทำให้ตัวโรงแรมเสื่อมโทรมและน่ากลัวเข้าไปทุกวัน แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนมือเจ้าของใหม่ในปี 2011 มีการพยายามรีโนเวทอยู่หลายครั้ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พวกเขายังไม่สามารถจัดการแขกที่พักอาศัยไร้คุณภาพเหล่านี้ได้ จนนำไปสู่เหตุอาชญากรรมเลวร้ายตามมามากมาย
เหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นต่อเนื่อง จนได้รับการขนานนามว่าโรงแรมแห่งความตาย
ความตายแรกที่เกิดขึ้นใน Cecil Hotel ถูกบันทึกไว้ ณ วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2460 เมื่อชายวัน 57 ปี นามว่า เพอร์ซี ออร์มอนด์ คุก ยิงศีรษะตัวเองเสียชีวิต เนื่องจากก่อนหน้านี้เขามีปัญหากับภรรยาและลูก แล้วไม่สามารถเคลียร์กันได้ เขาเลือกจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้าใจในโรงแรมเซซิล
เหตุการณ์นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสยดสยองที่เกิดขึ้น เมื่อในเวลาต่อมา มีเหตุการณ์แขกผู้เข้าพักฆ่าตัวตายต่อเนื่องติดต่อกัน ไล่มาตั้งแต่การตายของ ดับเบิลยูเค นอร์ตัน ที่เสียชีวิตจากการรับประทานยาพิษในห้องพัก ห่างกันเพียง 1 ปีเศษ ก็มีแขกยิงศีรษะตัวเองเสียชีวิตอีกเช่นกัน
ความตายยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2480 “เกรซ อี แมโกร” ตกจากชั้นที่ 9 ของอาคาร และในปีถัดไป รอย ทอมป์สัน ก็กระโดดลงมาจากอาคารเสียชีวิต เรียกได้ว่า เหตุการณ์การฆ่าตัวตัวต่อเนื่องแทบจะปีเว้นปี จนทำให้ชื่อของ “เซซิล โฮเทล” ได้รับการขนานนามว่า “สถานที่แห่งความตาย” หรือ “โรงแรมแห่งความดำมืด”
Cecil Hotel สถานที่กบดานของฆาตกรต่อเนื่อง
หากนับเหตุการณ์การฆ่าตัวตายของผู้มาเยือน คงไล่นับไม่รู้จักจบจักสิ้น เพราะความจริงมันเยอะมาก ยังไม่นับรวมคดีเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ออกข่าวใหญ่โตก็มีไม่น้อย แต่คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการที่ Cecil Hotel เป็นสถานที่กบดานที่อำนวยความสะดวกสบายแก่ฆาตกรต่อเนื่องที่ได้ชื่อว่าเหี้ยมโหดอันดับต้น ๆ ของประวัติศาสตร์อเมริกา
หนึ่งในบุคคลที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยอย่าง “ริชาร์ด รามิเชล” ฆาตกรต่อเนื่องผู้ได้รับฉายานามว่า The Night Stalker จากคำให้การของพนักงานและผู้อยู่อาศัยอ้างว่า เห็นชายผู้นี้เดินเตร็ดเตร่อาศัยอยู่บริเวณถนนอยู่เป็นประจำ เขาพักอาศัยในโรงแรมเซซิลนานหลายสัปดาห์ หลายครั้งที่เห็นเขาสวมเสื้อผ้าเปื้อนเลือดเดินเข้าออกโรงแรมอย่างไม่ใยดี แต่กลับไม่มีใครแจ้งเจ้าหน้าที่ ราวกับมันเป็นเรื่องปกติของที่นี่ไปแล้ว

จากการสันนิษฐานพบว่า ในระหว่างที่เขาพักอาศัยที่เซซิล โฮเทลแห่งนี้ เขาฆ่าคนตายไปแล้วมากกว่า 38 ราย หลังจากฆ่าคนเสร็จ เขาเพียงโยนเสื้อผ้าเปื้อนเลือดทิ้งลงถังขยะของโรงแรม ราวกับว่าไม่ใช่เรื่องที่ต้องปกปิดเป็นความลับอะไรนัก
ในปี 1991 นับเป็นเวลาห่างกันเพียง 7 ปี “แจ็ค อุเทอร์เวเกอร์” ฆาตกรต่อเนื่องรายใหม่ที่ว่ากันว่า เขาได้แรงบันดาลใจมาจาก The Night Stalker เขาอาศัยอยู่ที่นี่ และทำการฆ่าหญิงสาวโสเภณีไปแล้วกว่า 3 ราย
เอลิซ่า แลม คดีสะเทือนขวัญที่ทำให้โลกต้องจดจำชื่อ เซซิล โฮเทล
จากคดีความนับร้อยคดีที่เกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่คงไม่มีคดีไหนที่จะโด่งดังไปกว่าคดีเอลิซ่า แลม หญิงสาวผู้โชคร้ายที่เสียชีวิตปริศนาในโรงแรมแห่งนี้

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 “เอลิซ่า แลม” นักศึกษาสาวชาวแคนาดาวัย 21 ปี สัญชาติจีน ถูกพบเป็นศพในแทงค์เก็บน้ำบนดาดฟ้าของโรงแรม Cecil Hotel ด้วยสภาพเปลือยกาย นอนคว่ำหน้า เสียชีวิตจากการจมน้ำ
ก่อนหน้านี้มีการแจ้งว่า หญิงสาวหายตัวไปจากห้องพัก ในขณะที่ข้าวของของเธอยังอยู่ในห้องพักครบ เจ้าหน้าที่ตำรวจแกะรอยตามหาจากกล้องวงจรปิดรอบเมือง สถานที่ที่คาดว่าเธอน่าจะไป แต่ก็ไม่พบหลักฐานอะไรว่าเธอได้ออกไปเที่ยวไหน กล้องวงจรปิดบริเวณหน้าล็อบบี้ของโรงแรมก็ไปพบว่าเธอเดินออกไปจากโรงแรม
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พบวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบริเวณในลิฟท์ชั้นนึงของโรงแรม วิดีโอนั้นถูกเผยแพร่สู่สายตาสาธารณชน และมันกลายเป็นวิดีโอที่ทำเอาผู้คนแตกต่างและขนลุกขนพองไปตาม ๆ กัน เนื่องจากปฏิกิริยาแปลกประหลาดของเธอ ตั้งแต่การเดินเข้าตัวลิฟต์ แล้วไล่กดทุกชั้นด้วยท่าทีประหลาด ราวกับว่ามีใครกำลังตามเธออยู่

ภาพจากกล้องยังแสดงให้เห็นว่า ประตูลิฟต์ถูกเปิดคาไว้นานผิดปกติ จากนั้น เธอชะโงกออกไปมองจากนอกตัวลิฟต์ แล้วมองซ้ายขวา ราวกับกังวลเรื่อง Stalker จากนั้น เธอกลับทำไม้ทำมือคล้ายรำ หรืออาจจะพูดคุยกับใครสักคนนอกลิฟต์ไม่แน่ใจ และนั่นเป็นภาพสุดท้ายที่กล้องจับภาพเธอได้
หลังจากวิดีโอนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างตั้งข้อสงสัยถึงท่าทางผิดปกติที่เธอแสดงในวิดีโอจากกล้องวงจรปิดนั้น บ้างก็คาดการณ์ไปถึงอาการทางจิตใจที่อาจจะผิดปกติ บ้างก็คิดว่า เธออาจจะหนีใครสักคน และก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดไปถึงเรื่องเหนือธรรมชาติก็มี
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนนานกว่า 3 สัปดาห์ จนมีอยู่วันหนึ่ง แขกที่เข้ามาพักในโรงแรมแจ้งว่า น้ำประปาในโรงแรมมีสีและกลิ่นผิดปกติ จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงขึ้นไปตรวจสอบบนแทงค์น้ำบนดาดฟ้า นั่นทำเอาทุกคนต้องตกตะลึงไปตาม ๆ กัน เมื่อพวกเขาพบร่างของหญิงสาวที่หายตัวไปนานกว่า 3 สัปดาห์นอนคว่ำหน้า ร่างกายเปลือยเปล่าในแทงค์น้ำบนดาดฟ้าของโรงแรม

คำถามคือ เธอขึ้นไปบนนั้นได้อย่างไร หรือใครเป็นคนพาเธอขึ้นไป หรือใครทำอะไรกับเธอกันแน่
จากคดีสะเทือนขวัญ สู่ Crime Scene บน Netflix
คดีของเอลิซ่า แลม ทำให้ Cecil Hotel กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกไปโดยปริยาย การเสียชีวิตปริศนาของเอลิซ่า แลม ในเวลานั้นยังคงไม่มีคำตอบที่แน่ชัด เนื่องจากไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิดพอจะเป็นหลักฐานมากพอ มีเพียงกล้องจากลิฟต์ตัวนั้น และทางเดินของล็อบบี้โรงแรมที่ไม่มีอะไรเป็นหลักฐานได้
เรื่องราวของเธอ ถูกนำมาจัดทำเป็นสารคดี Crime Scene ในชื่อตอน The Vanishing at The Cecil Hotel บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับวันที่เกิดเหตุ รวมถึงการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เรื่องราวของเธอ ทำให้ทั่วโลกหันมาสนใจโรงแรมที่ชื่อ เซซิล โฮเทล ว่าที่นี่มันมีอะไรกันแน่
ปัจจุบัน ทางโรงแรมได้มีการรีโนเวทใหม่ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น Stay On Main โดยมีการปรับปรุงเพื่อเป็นที่พักในราคาประหยัดย่านใจกลางเมือง สำหรับผู้รายได้น้อยถึงปานกลาง และผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ทางโรงแรมพยายามปรับปรุงทุกส่วนของโรงแรม เพื่อลบล้างภาพจำในอดีตที่เคยเป็นสถานที่โหดร้ายนับครั้งไม่ถ้วน
ในขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางของเหล่าผู้กล้าที่ชอบพิสูจน์เรื่องเหนือธรรมชาติ เอาง่าย ๆ นะ เพื่อน ๆ ลองเปิดตามติ๊กต๊อกหรือยูทูปดูสิ มักจะมีเหล่ายูทูปเปอร์ชอบไปแนวล่าท้าผี โดยเฉพาะลิฟต์ที่ปรากฎในภาพจากกล้องวงจรปิดตัวนั้น มักเป็นโลเคชันยอดฮิตที่ผู้กล้ามักไปเยือนอยู่เสมอ


