ฟาโรห์

ล้วงลึกคำสาปฟาโรห์ สาปใคร แล้วทำไมต้องสาป

หัวข้อน่าสนใจ

คำสาปฟาโรห์มีจริงรึไม่ ? หากใครเป็นคนชื่นชอบเรื่องราวลึกลับหรือตำนานลึกลับ ต้องเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ถ้าใครไปยุ่งวุ่นวายกับที่พำนักสุดท้ายของฟาโรห์ จะมีอันเป็นไป”  แล้วที่พูดถึงคำสาปฟาโรห์ เขาหมายถึงฟาโรห์องค์ไหน เรื่องราวมันเป็นมาอย่างไร แล้วคำสาปมีจริงรึเปล่า เรามีคำตอบ

ฟาโรห์ตุตันคามุน คือใคร ?

ถ้าพูดถึงคำสาปฟาโรห์ ทุกคนก็น่าจะหมายถึงฟาโรห์องค์เดียวกัน และเป็นฟาโรห์ชื่อดังองค์เดียวในประวัติศาสตร์อียิปต์ ไม่ใช่เพราะมีวีรกรรมเยอะหรือผลงานเป็นที่ประจักษ์แต่เป็นเรื่องของคำสาป นั่นก็คือ กษัตริย์ตุตันตามุน (Tutankhamun)

ฟาโรห์ตุตันคามุน คือใคร ?
ฟาโรห์ตุตันคามุน คือใคร ?

กษัตริย์ตุตันตามุน (Tutankhamun) เป็นหนึ่งในผู้ปกครองที่มีชื่อเสียงมากที่สุดจากการค้นพบหลุมฝังศพของพระองค์ในปี 1922 ประสูติในสมัยราชวงศ์ที่ 18 ของอียิปต์โบราณซึ่งอยู่ในช่วง 1550 ปีถึง 1295 ปีก่อนคริสตกาล เริ่มต้นชีวิตด้วยชื่อ “ตุตันคาเตน (Tutankhaten)” แต่ก่อนที่พระองค์จะขึ้นครองราชย์ อียิปต์ในตอนนั้นกำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนครั้งใหญ่ คือการที่พระเจ้าอเมนโฮเทปที่ 4 (King Amenhotep IV) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพระบิดาของตุตันคาเตนนั้นได้ได้ยกเลิกการนับถือเทพเจ้ามากมายในวัฒนธรรมความเชื่อโบราณ เพื่อบูชาให้กับเทพเจ้าองค์ใหม่แห่งดวงอาทิตย์ที่เรียกกันว่า “เอเทน (Aten)”

 “ตุตันคาเตน (Tutankhaten)”
“ตุตันคาเตน (Tutankhaten)”

คลองบัลลังก์ประมาณ 17 ปี ก่อนจะตาย ตุตันคาเตนเลยต้องขึ้นเป็นฟาโรห์ทั้ง ๆ ที่เพิ่งอายุ 9 ปี โดยมีผลงานคือการรื้อฟื้นความเชื่อต่าง ๆ ที่ยุคสมัยของพ่อนั้นไปทิ้งไป นั่นก็คือฟื้นฟูวิถีทางเก่าของอาณาจักรนั่นคือการนำเทพเจ้ามากมายกลับมา และสร้างวิหารใหม่ และได้เสียชีวิตลงหลังจากปกครองอียิปต์เพียง 9 ปี ทำให้นักวิชาการบางคนบอกว่าเป็นเพียงหุ่นเชิด เป็นแค่ที่ปรึกษาของเหล่านักบวชเพื่อสร้างอำนาจให้ตนเอง เหตุที่ชื่อเสียงของตุตันคาเตนไม่ไดโด่งเหมือนทุกวันนี้เพราะไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน

หลักฐานจากหลุมฝังศพสุสานของฟาโรห์

ฮาเวิร์ด คาร์เตอร์ (Howard Carter) นักโบราณคดีชาวอังกฤษได้ค้นพบหลุมฝังศพของตุตันคามุนในวันที่ 4 พฤษภาคม ปี 1922 บางคนคิดว่าอาจถูกปลงพระชนม์หรือเสียชีวิตจากโรคร้ายแรงต่าง ๆ เช่นมาลาเรีย ในขณะที่คนอื่น ๆ ตั้งสมมุติฐานจากกระดูกซี่โครงและกระดูกที่หายไปของพระองค์ว่า อาจถูกทับด้วยอุบัติเหตุหรือการตกจากม้าของพระองค์

ฮาเวิร์ด คาร์เตอร์ (Howard Carter) นักโบราณคดีชาวอังกฤษ
ฮาเวิร์ด คาร์เตอร์ (Howard Carter) นักโบราณคดีชาวอังกฤษ

แต่ยังมีอีกหลายคนได้แย้งว่าพระองค์น่าจะเสียชีวิตจากการเป็นคนทุพพลภาพ โดยชี้ไปที่หลักฐานของการเป็นโรคเท้าปุก (Clubfoot หรืออาการเท้าผิดรูป) และไม้เท้าที่พระองค์อาจใช้ แต่สิ่งหนึ่งที่นักวิชาการเห็นตรงกันคือกษัตริย์ตุตันคามุนนั้นสิ้นพระชนน์ตอนพระองค์ยังอยู่ในวัยเยาว์ถึงวัยรุ่น และความตายนั้นเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด โดยที่พำนักแห่งสุดท้ายของพระองค์นั้นแสดงให้เห็นไว้ว่าสุสานนั้นถูกจัดเตรียมอย่างเร่งรีบและยังเจอหน้ากากทองคำ เป็นของเด็ดเป็นหลักฐาญชิ้นสำคัญในการค้นพบ

หลักฐานจากหลุมฝังศพสุสานของฟาโรห์
หลักฐานจากหลุมฝังศพสุสานของฟาโรห์
หน้ากากทองคำ
หน้ากากทองคำ

ฟาโรห์ตุตันคามุน ผู้บุกเบิกคำสาปฟาโรห์

มีข่าวลือ ในตอนที่ไปขุดเจอสุสานว่าจริง ๆ แล้วเราไม่ควรไปยุ่งหรืออย่าไปรบกวน เพราะมีข่าวลือว่ามีคำสาปเขียนไว้ว่า ห้ามใครมายุ่งวุ่นวายกับหลุมศพหรือที่พำนักสุดท้ายของฟาโรห์ ไม่งั้นจะเกิดอันเป็นไป ซึ่งเป็นเพียงข่าวเท่านั้น แต่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นคือ คนที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับฟาโรห์ก็ทยอยกับตายกันทีละคนสองคนจริง ๆ โดยมีเหตุการณ์ไล่ทามไลน์ดังนี้

  • 6 สัปดาห์ ผ่านไปหลังจากมีการขุดพบหลุมศพสุสานฟาโรห์ นกขมิ้นคู่ใจของฮาเวิร์ด โดนงูเห่าฉกตาย ซึ่งงูเห่าก็ตีความกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของฟาโรห์ เพราะเครื่องหัวที่ตุตันคาเตนใส่มันงูเห่าอยู่บนหัว
  • 5 เดือนต่อมา จอร์จ ฮาร์เบิร์ท เอิร์ลออฟคาร์นาวอน (Carnavon) ผู้ให้ทุนกับฮาร์เวิร์ดไปขุดหลุมก็เกิดเรื่องขึ้น เช่น อยู่ดี ๆ ก็โดนยุงกัด โดนมีดโกนบาดติดเชื้อในกระแสจนเสียชีวิต
  • อีก 5 เดือนต่อมา ลูกพี่ลูกน้องของเอิร์ลออฟคาร์นาวอนก็เสียชีวิตด้วยสาเหตุติดเชื้อในกระแสเลือดเช่นเดียวกัน
  • 1929 เลขาของฮาเวิร์ด อย่าง ริชาร์ด เบเทล (Richard Bethell) คนที่เดินตามฮาเวิร์ดเข้าไปในสุสานคนที่สอง ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตคาเตียง
  • ฮิวจ์ เอเวอลีน-ไวท์ (Hugh Evelyn-White) นักโบราณคดีที่ทำงานกับฮาเวิร์ด ฆ่าตัวตาย
  • อาชีบัลด์ ดักลาส รีด (Sir Archibald Douglas Reid) เป็นคนที่เอ็กซ์เรย์ศพของฟาโรห์ตุตันคาเตนก็เสียชีวิต
  • จอร์จ เจย์ กูลด์ (George Jay Gould) เป็นคนที่ไปเยี่ยมหลุดศพของตุตันคาเตนมา 1 ปี หนังจากมีการขุดพบสุสานเจอ ก็ป่วยและเสียชีวิต
  • เซอร์ บรูซ สเตอร์ลิง อินแกรม (Sir Bruce Stirling Ingram) เพื่อนสนิทของฮาเวิร์ด คนนี้ไม่ได้ไปที่สุสาน อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่เสียชีวิต เพราะมีคนส่งที่ทับกระดาษสลักเป็นประโยคที่ว่า “ข้าขอสาปใครก็ตามที่บังอาจเคลื่อนศพของข้า” หลังจากนั้นบ้านไฟไหม้ พอสร้างบ้านใหม่ บ้านก็น้ำท่วม

นอกจากนี้ก็เกิดเรื่องราวและเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดมากมาย จากคนที่ไปยุ่งกับสุสานของตุตันคาเตนอีกหลายคน ก็เกิดเป็นข่าวลือขึ้นมาหนักมาก ฮิตจนกระทั่งภาพยนตร์เรื่อง The Mummy (1932) ทำออกมา

The Mummy (1932)
The Mummy (1932)

การพิสูจน์คำสาปฟาโรห์ว่ามีจริงรึไม่

ในปี 2002 มีนักวิชาการที่ชื่อว่า มาร์ค เนลสัน (Mark Nelson) ของเอาอายุเฉลี่ยของคนที่ไปสุสานคาเตน กับอายุเฉลี่ยของคนที่อยู่ข้างนอก เอามาเทียบกันว่าต่างกันแบบมีนัยยะสำคัญหรือไม่ ก็ปรากฏว่าไม่มี หากลองเอามาดูในตัวเลขเทียบกันแล้ว จำนวนคนที่ยุ่งเกี่ยวกับสุสานหรือเข้าไปพัวพันที่หลุมศพของฟาโรห์มีทั้งหมด 26 ตาย แต่หลังจาก 10 ปีให้หลัง มีจำนวนคนเสียชีวิตเพียงแค่ 6 คนเท่านั้น

ฟาโรห์ตุตันคามุน ผู้บุกเบิกคำสาปฟาโรห์
ฟาโรห์ตุตันคามุน ผู้บุกเบิกคำสาปฟาโรห์
การพิสูจน์คำสาปฟาโรห์ว่ามีจริงรึไม่
การพิสูจน์คำสาปฟาโรห์ว่ามีจริงรึไม่

ถึงแม้ว่าจะมีคำอธิบายเหตุผลในการเสียชีวิตของแต่ละคนไม่ได้ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างชัดเจนจนมาเปนเหตุผลได้คือ ณ หลุมศพหรือสุสานของตุตันคาเตนมันมีสิ่งหนึ่งที่ฆ่าคนได้ นั่นก็คือ เชื้อรา ที่ชื่อว่า Aspergillus Flavus พบได้ในสุสานของฟาโรห์อียิปต์โบราณ ถ้าในกรณีที่เบา อาจจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ อักเสบเฉียบพลัน แต่ถ้าเป็นในกรณีที่หนักมาก โดยใครที่สูดเชื้อรานี้เข้าไป มันจะเจริญเติบโตในปอดและจะแพร่ไปทั่วร่างกายทำให้ถึงแก่ชีวิต

Aspergillus Flavus พบได้ในสุสานของฟาโรห์อียิปต์โบราณ
Aspergillus Flavus พบได้ในสุสานของฟาโรห์อียิปต์โบราณ

หลาย ๆ คนที่เกี่ยวข้องแล้วติดเชื้อในกระแสเลือด อย่างเอิร์ลออฟคาร์นาวอลที่จริงแล้วส่วนที่ติดเชื้อนั่นก็คือปอดอักเสบ แถมยังมีอากาศไซนัสร่วมด้วยก็เป็นไปได้ที่ สูดเอาเชื้อราเข้าไป ซึ่งเจ้าเชื้อราตัวนี้สามารถจำศีลได้ในระยะเวลาหนึ่ง เลยสามารถเจริญเติบโตได้ในทีหลัง ในปี 1970 มีทีมสำรวจของคิงคาสินีที่ 4 ของโปแลนด์ (Casimir IV Jagiellon) ที่เข้าไปสำรวจแล้วก็ทยอยเสียชีวิตถึง 10 จาก 12 แล้วเสียชีวิตในระยะสั้น ๆ ที่โดนเชื้อราไป ไม่ได้โดนคำสาปไป

คิงคาสินีที่ 4 ของโปแลนด์ (Casimir IV Jagiellon)
คิงคาสินีที่ 4 ของโปแลนด์ (Casimir IV Jagiellon)

บทสรุปของคำสาปฟาโรห์ มีจริงรึไม่ ?

ฉะนั้นหากย้อนไปที่คำสาปของฟาโรห์มีจริงรึไม่ ? ก็ได้มีการสรุปว่าถ้าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นจากเชื้อรา คำสาปก็อาจจะไม่มีจริง แล้วคำสาปมีโอกาสมีจริง ก็อยู่ที่เรื่องของความเชื่อ หากดูตามหลักฐานและสันนิฐานกันว่า ถ้าคำสาปมีจริง คนที่ควรตายมากที่สุดคือฮาเวิร์ดที่เป็นหัวหน้าทีมสำรวจ แต่ฮาเวิร์ดตายหลังจากได้เข้าไปขุดสุสานถึง16 ปี อีกทั้งยังตายเพราะโรคมะเร็ง โดยอายุตอนตายคือประมาณ 64 ปี ส่วนลูกทีมอีกหลาย ๆ คน ก็ไม่ได้ตายด้วยอายุแปลก ๆ แต่ตายด้วยอายุที่ถึงอายุขัยแล้ว และข่าวลือคำสาปที่ปรากฏขึ้น มันไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษร เป็นเพียงอากาศที่ก่อกันเป็นข่าวลือ อีกทฤษฎีที่หลายคนกล่าวถึงคืออาจจะเป็นฮาเวิร์ดเองที่แต่งขึ้นมาเพื่อให้สื่อไม่มายุ่ง แต่แทนที่จะมีคำสาปอย่ามายุ่ง กลายเป็นว่ามีคนให้ความสนใจมากขึ้น

บทสรุปของคำสาปฟาโรห์ มีจริงรึไม่ ?
บทสรุปของคำสาปฟาโรห์ มีจริงรึไม่ ?

สรุปแล้ว คำสาปฟาโรห์เป็นกุศโลบายที่มีขึ้นเพียงไม่ให้ใครมายุ่งกับสุสานหลุมศพ ป้องกันการขโมยหลักฐานโบราณที่เก็บเอาไว้นับพันปีนั่นเอง

.

สามารถติดตามเรื่องราวลี้ลับและเรื่องราวที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ ghostsfolder.com

carpKoRN