แมวพันธุ์ ไทยอัปมงคล

แมวพันธุ์ ไทยโบราณอัปมงคลตามคำบอกเล่าในสมุดข่อย ไม่ควรนำมาเลี้ยงเด็ดขาด

หัวข้อน่าสนใจ

แมวพันธุ์ ไทย แท้มีเสน่ห์ไม่แพ้แมวพันธุ์ในต่างประเทศ คนไทยผูกพันกับแมวมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ในพิธีกรรรมขึ้นบ้านใหม่ มักจะนำสิ่งของมงคลเข้าบ้าน หนึ่งในนั้นก็คือ “แมว” ถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตมงคลที่เชื่อกันว่าจะทำให้อยู่เย็นเป็นสุข อุดมสมบูรณ์

ในสมัยสุโขทัยมีการเขียนบันทึกในตำราพรหมชาติถึง แมวไทย ที่ชัดเจนที่สุด บันทึกระบุถึง แมวไทยมงคล 17 ชนิด ที่นิยมนำมาเลี้ยง ส่วนใหญ่แล้วแมวเหล่านี้จะถูกนำไปเลี้ยงในวังและเรือนของขุนนางชั้นสูงมากกว่าบ้านเรือนของชาวบ้านทั่วไป

ในขณะที่บันทึกระบุแมวมงคล 17 สายพันธุ์ ในบันทึกยังเขียนถึง แมวอัปมงคล 6 ชนิด ที่ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้าน คนโบราณเชื่อว่าพวกมันคือแมวปีศาจ หากใครนำมาเลี้ยงในบ้านเขตเรือน จะนำพาความวิบัติและเรื่องไม่ดีมาสู่เรือน

แมวไทยมงคล 17 ชนิด ที่เชื่อกันว่าหากเลี้ยงแล้วจะนำมาซึ่งความร่มเย็น

แมวไทยมงคล 17 ชนิด ที่ถูกบันทึกลงในสมุดข่อย กล่าวถึง ลักษณะของ แมวพันธุ์ไทย ที่มีรูปร่างหน้าตาสง่างาม อุปนิสัยเป็นมิตรกับมนุษย์ เชื่อกันว่าหากนำมาเลี้ยงไว้จะนำพาโชคลาภ ความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่เรือน หากเลี้ยงในวังและเรือนขุนนาง จะนำพาโชคลาภ ยศถาบรรดาศักดิ์ และเงินทองมาให้ผู้นั้น ก่อนอื่นมาดูก่อนเลยว่าแมวพันธุ์ไหนบ้างเข้าตำรา และพวกมันยังหาเลี้ยงได้อยู่หรือไม่

วิลาส

วิลาส แมวพันธุ์ ไทย แท้ที่มีลักษณะเด่นที่สีขนดำสนิทตลอดทั้งตัว มีจุดแต้มสีขาวบริเวณจุดสำคัญ ได้แก่ หูสองข้าง ใต้อก เท้า 4 ข้างที่เหมือนสวมถุงเท้า และพาดจากคอลงมาถึงท้อง ดวงตาสีเขียวอำพันคล้ายสีของดอกจำปา อุปนิสัยเข้ากับมนุษย์ได้ดี สง่างาม เรียบร้อย ไม่ดุร้าย มีนิสัยรักเจ้าของ คนโบราณเชื่อกันว่าเป็นแมวให้โชค โภคทรัพย์ และยศถาบรรดาศักดิ์

เก้าแต้ม

แมวเก้าแต้มมีลักษณะขนสีขาวทั้งตัว แซมด้วยจุดสีดำตามตัวบริเวณ 9 จุด คือ หัว คอ โคนขาทั้ง 4 ข้าง ไหล่ซ้าย-ขวา และกลางแผ่นหลัง ลักษณะภายนอกคล้ายแมววัวนมในปัจจุบัน เป็นแมวไทยที่มีนิสัยคล่องแคล่ว ร่าเริง เป็นมิตรกับมนุษย์สูง ในสมุดข่อยบันทึกไว้ว่าคือแมวนพรัตน์ หรือ แก้วมงคล 9 ประการ คำว่า “เก้า” ยังสอดคล้องกับความหมายถึงความเจริญก้าวหน้า ส่งเสริมเรื่องค้าขาย โชคลาภ

กรอบแว่น (อานม้า)

หนึ่งใน แมวไทยมงคล 17 ชนิด ที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัวสูง ขนสีขาวสนิทตั้งแต่หัวยันหาง มีลวดลายสีดำกลางแผ่นหลัง และรอบดวงตาทั้ง 2 ข้าง คล้ายกำลังสวมแว่นตาอยู่ แมวกรอบแว่น แมวพันธุ์ไทย นิสัยขี้เล่น ใจดี ขี้ประจบประแจง เป็นมิตรกับมนุษย์ จึงนิยมเลี้ยงกันตามบ้านเรือน เพราะเชื่อกันว่าส่งเสริมด้านลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง ป้องกันสิ่งชั่วร้าย และความมีปัญญาอันเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องเหมือนแมวชนิดนี้

รัตนกำพล

รัตนกำพล แมวพันธุ์ ไทย ที่มีลักษณะเด่นหายาก สีขนพื้นขาวเนียน คล้ายผ้ากำมะหยี่ มีลายทางสีดำพาดผ่านรอบลำตัวบริเวณอกและเอว คล้ายกับเอาเข็มขัดรัดผ่านลำตัว บุคลิกเขาจะค่อนข้างนิ่งสงบ เรียบร้อย มีมาดสง่างาม อ่อนโยนต่อผู้เลี้ยง และมีความเฉลียวฉลาด สามารถเรียนรู้และจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดี ชื่อของ “รัตน” ตามภาษาไทยโบราณมีความหมายว่า “แก้วหรือสิ่งมีค่า” ส่วนคำว่า “กำพล” หมายถึง ผ้ากำมะหยี่ จึงเปรียบดั่งอัญมณีอันล้ำค่า ผู้ใดได้เลี้ยงไว้จะช่วยหนุนให้มีผู้ใหญ่ค้ำจุน

โกญจา

แมวโกญจา นับว่าเป็นหนึ่งใน แมวไทยมงคล 17 ชนิด ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ยังไม่สูญพันธุ์ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็หลงเหลือน้อยจนหายากเต็มที โกญจาเป็น แมวพันธุ์ไทย ที่มีท่วงท่าสง่างาม สมกับชื่อ “โกญจา” เป็นภาษาบาลี-สันสกฤต แปลว่า “นกกระเรียน” สัตว์ที่มีท่วงท่าเดินสง่างาม ลักษณะเด่นคือ ขนสีดำขลิบดำสนิททั้งตัว ขนนุ่มดำเงางาม แต่แววตาสดใสเป็นประกายสีทอง ตามคำบอกเล่าในสมุดข่อยโบราณกล่าวว่า เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีพลังอำนาจลึกลับ บารมีน่าเกรงขาม

แมวมาเลศ

ฟังดูอาจไม่คุ้นหูกับชื่อนี้ แต่ถ้าบอกว่าน้องคือแมวโคราช เชื่อว่าทุกคนน่าจะร้องอ๋อกันเลยทีเดียว เพราะน้องคือสายพันธุ์เดียวกันกับแมวโคราช หรือ “แมวสีสวาด” แมวไทย บ้านที่มีชื่อเสียงระดับโลกใกล้เคียงกับวิเชียรมาศเลย ลักษณะเด่นคือ ขนสั้นนุ่มละมุน สีเทาทั้งตัว โครงหน้ารูปหัวใจ ดวงตาสีเขียวสดใส กล้ามเนื้อแข็งแรงกำยำ แมวมาเลศถูกบันทึกในสมุดข่อยว่าเป็นแมวแห่งโชคลาภ ความรัก และความอุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันมีการอนุรักษ์แมวโบราณ ซึ่งแมวโคราชเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีการจดทะเบียนในสมาคมแมวระดับโลก

การเวก

การเวก แมวพันธุ์ ไทย ที่มีลักษณะภายนอกคล้ายแมวพันธุ์โกญจาตรงสีขนลำตัวดำสนิททั้งตัว ท่วงท่าสง่างาม แต่สำหรับสายพันธุ์นี้น้องจะมีแต้มสีขาวบริเวณสันจมูกเล็กน้อย ดวงตาสีเหลืองทองประกายสดใส การเวกเป็นชื่อของนกการเวกในวรรณคดีไทย นกที่มีเสียงสดใสไพเราะ สอดคล้องกับอุปนิสัยของเจ้า แมวพันธุ์ไทย สายพันธุ์นี้ที่มีเสียงใสกังวาน ชอบประจบสอพอ อ้อนเก่ง นุ่มนวล ไพเราะ มีความเชื่อว่าหากใครที่ทำงานที่ต้องติดต่อสื่อสารควรเลี้ยงไว้ เพราะเสริมโชคในด้านการเจรจา

กระจอก

หากพูดถึงสายพันธุ์แมวไทยที่จะว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่ยังคงพบเห็นร่องรอยการมีอยู่ผ่านการผสมข้ามสายพันธุ์ที่ชัดเจนสุดของไทย คงหนีไม่พ้นสายพันธุ์กระจอก แมวดำโบราณของไทยที่ถูกยกย่องว่าเป็นแมวกวักทรัพย์ เรียกโชค ส่งเสริมผู้เลี้ยงอย่างเช่น เจ้าขุนมูลนายที่ต้องดูแลบริวารเป็นจำนวนมาก เจ้าแมวพันธุ์นี้จะส่งเสริมโชคทรัพย์ เกื้อหนุนบารมีของผู้ครอบครอง ลักษณะของเขาคือสีดำทั้งตัว มีเพียงตรงร่องจมูกที่มีสีขาวตัดผ่านเท่านั้น

นิลรัตน์

นิลรัตน์ จัดว่าเป็น แมวไทยมงคล 17 ชนิด ที่พบได้ยากตั้งแต่ยุคอดีต และแน่นอนว่าปัจจุบันไม่สามารถพบเห็นได้อีกแล้ว ลักษณะของน้องจะคล้ายกับแมวโกญจา คือ ขนสีดำสนิททั้งตัว ไม่มีสีขาวแซม ขนดำเป็นเงามันวาว เรียบลื่นตลอดทั้งตัว อีกทั้งทุกส่วนของร่างกายก็ดำสนิท ตั้งแต่ดวงตา เล็บ ลิ้น ฟัน และกระดูก บุคลิกค่อนข้างเงียบสงบ วางตัวดี มีมารยาท มีความจงรักภักดีสูง เชื่อว่าหากเลี้ยงไว้ในเรือนจะเป็นสิริมงคล ช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งช่วยร้ายทั้งปวง

มุลิลา

หากใครอ่านมาถึงตรงนี้อาจจะเอ๊ะ ทำไม แมวพันธุ์ ไทย ถึงมีแต่แมวสีดำล่ะ ต้องบอกว่ายังไม่หมดนะ ยังมีอีกสายพันธุ์แมวดำที่ถูกมองว่าเป็นแมวมงคล เลี้ยงแล้วดี คือ “มุลิลา” แมวที่มีสีดำสนิทเรียบเนียนทั้งตัว มุลิลาถูกบันทึกในตำราพรหมชาติว่าเป็นแมวแห่งสติปัญญาและการศึกษา เพราะทั้งด้วยความหมายของชื่อที่สื่อถึงปัญญา ความรู้ และความเจริญก้าวหน้า บวกกับลักษณะนิสัยของน้องที่เรียนรู้เร็ว ช่างสังเกต ว่องไว ไม่โวยวาย กริยามารยาทเรียบร้อย

ปัศเวต

ปัศเวต แมวไทย สีดำ มีแถบขนสีขาวพาดผ่านบริเวณกลางหลังยาวลงมาถึงท้อง ขนาดปานกลาง กะทัดรัด บุคลิกนิ่งสง่างาม ไม่ส่งเสียงร้องโวยวาย มีความฉลาด คล่องแคล่ว และสายตาอันเฉียบคม ประสาทไวต่อสิ่งเร้ารอบข้าง ตามสมุดข่อยระบุถึงลักษณะเด่นของแมวพันธุ์นี้ว่าสีขาวที่พาดผ่านตัวเหมือนการสวมใส่สร้อยสังวาล ตามตำราโบราณยกย่องว่าช่วยส่งเสริมเรื่องทรัพย์เงินทองและเกียรติยศสรรเสริญ

โสงหเสพย (สิงหเสพย์)

โสงหเสพย หรืออีกชื่อหนึ่ง “สิงหเสพย์” แมวพันธุ์ไทย ที่ถูกบันทึกในสมุดข่อยว่าเป็น “แมวแห่งชัยชนะและอำนาจ” ผู้ใดได้เลี้ยงจะช่วยเสริมอำนาจบารมี ศัตรูแพ้พ่าย ถือชัยชนะเหนือทุกสิ่ง นำพายศถาบรรดาศักดิ์มาสู่เหย้าเรือน ลักษณะเด่นของโสงหเสพยคือ มีสีขนดำทั้งตัว จุดเด่นอยู่ที่ขนสีขาวล้อมรอบปาก จมูก ไล่มาจนถึงลำคอ ดวงตาสีเหลืองดอกบัว ท่วงท่าเดินสง่างาม ขาเรียวยาว ลำตัวยาว การเคลื่อนไหวคล่องแคล่วและดูน่าเกรงขาม

แซมเสวตร

แซมเสวตร ถือว่าเป็น แมวพันธุ์ ไทย ที่หาได้ค่อนข้างยากในปัจจุบัน ตามตำราบันทึกเอาไว้ว่าเป็นแมวมงคลที่หากผู้ใดเลี้ยงไว้ในบ้านเรือน จะทำให้ในบ้านร่มเย็นเป็นสุข ปราศจากเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง มีเงินทองใช้ ส่งเสริมการค้าขายได้ดี ด้วยอุปนิสัยของน้องที่ค่อนข้างตื่นตัว สำรวมท่าที และมีลูกอ้อนเจ้าของอย่างพอเหมาะพอเจาะ แซมเสวตรจึงถูกยกให้เป็น แมวไทยมงคล 17 ชนิด สูญพันธุ์ที่แทบหาไม่ได้ในปัจจุบัน

จตุบท

จตุบท แมวโบราณของไทยที่มีลักษณะเด่นด้วยขนสีดำ แต่สวมถุงเท้าสีขาวทั้ง 4 ข้าง สมกับชื่อ “จตุ” ที่แปลว่า สี่ น้องมีนิสัยคล้ายกับแมวดำหลายสายพันธุ์ของไทยที่ว่ามาคือ จะค่อนข้างเรียบร้อย พูดน้อย สงวนท่าที แต่กลับเต็มไปเปี่ยมไปด้วยความเฉลียวฉลาดและความช่างสังเกตสิ่งรอบข้าง

นิลจักร

ยังคงอยู่กันที่ แมวพันธุ์ไทย สีดำอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีชื่อเสียงในสมัยอยุธยาตอนปลาย นั่นคือแมวนิลจักร แมวสีดำที่มีสร้อยคอ (ขนสีขาวพันรอบคอ) บุคลิกน่าเกรงขาม มีความเป็นตัวของตัวเอง มีความมั่นใจสูง และที่สำคัญมีความโดดเด่นในแง่ความจงรักภักดีต่อเจ้าของ ในสมัยอยุธยานิยมเลี้ยงกันในบ้านเรือน เพราะเชื่อว่าเป็นแมวมงคลที่ช่วยคุ้มครองผู้คนในเรือน   

ศุภลักษณ์

แมวพันธุ์ศุภลักษณ์ เป็น 1 ใน 4 สายพันธุ์แมวไทยโบราณที่ยังคงมีให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน ยังคงมีฟาร์มเพาะสายพันธุ์ขาย และยังคงเห็นคนนิยมนำไปเลี้ยงกันเป็นจำนวนมาก ด้วยรูปร่างหน้าตาและท่วงท่าสง่างาม ขนสีทองแดงมันวาวดุจไหม รูปร่างเพรียวยาว ดูสง่างาม อุปนิสัยรักความสงบ อบอุ่น เป็นมิตร ด้วยความงดงามของสีขนและอุปนิสัย จึงถูกยกย่องว่าเป็นแมวแห่งยศถาบรรดาศักดิ์และความมั่งคั่ง

วิเชียรมาศ

แน่นอนว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก “วิเชียรมาศ” แมวไทยมงคล 17 ชนิด ที่ได้รับความนิยมมากสุดในปัจจุบัน ยังคงพบเห็นผู้เลี้ยงนิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ไม่ใช่เพียงเฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่น้องวิเชียรมาศของเรายังนับว่าเป็น แมวพันธุ์ ไทย ที่โด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศ ด้วยลักษณะเด่นของสีขนขาวครีมอบอุ่น แซมด้วยสีดำ 9 จุดบริเวณลำตัว บุคลิกสง่างาม ดูน่ารัก มีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของ ในสมัยก่อนชาวบ้านทั่วไปไม่มีสิทธิ์ได้เลี้ยง เนื่องจากเป็นแมวที่ถูกเลี้ยงในวังเท่านั้น

ลักษณะของแมวพันธุ์ ไทย ที่ไม่ควรนำมาเลี้ยง

หลังจากที่เราพูดถึง แมวไทยมงคล 17 ชนิด ที่นิยมเลี้ยงกันในสมัยโบราณ เพราะเชื่อว่าเลี้ยงแล้วดี เสริมบารมี แต่ในขณะเดียวกันตามบันทึกในตำราพรหมชาติยังมีการพูดถึง แมวพันธุ์ไทย ที่มีลักษณะไม่ดี พูดให้ง่ายขึ้นคือ เขาดูจากบุคลิกหน้าตาและอุปนิสัยที่มีต่อมนุษย์

คนโบราณเชื่อกันว่าหากแมวร้องเสียงเล็กเสียงใหญ่ มีนิสัยดุร้าย ชอบทะเลาะวิวาทกัน หากเลี้ยงแมวประเภทนี้ไว้จะนำมาซึ่งเรื่องปวดหัว ความวุ่นวาย ส่วนแมวที่ตกลูกตาย ถูกมองว่าเป็นแมวชั้นต่ำ ไม่ควรเลี้ยงไว้ในเรือน เพราะจะพาความวิบัติร้ายแรง หากเลี้ยงไว้จะเกิดภัยใหญ่หลวง ในขณะที่แมวที่ถูกมองว่าเลวร้ายสุดคือ แมวกินลูกตัวเอง คนโบราณมองว่าคือแมวกาลกิณี ไม่ควรเลี้ยงเด็ดขาด เพราะจะทำให้วัวควายล้มตาย ข้าทาสบริวารหนีหาย เจ็บป่วยหนัก ลูกเมียจะมีเคราะห์

นอกจากด้านอุปนิสัยใจคอที่ถูกตีตราว่าเป็นพฤติกรรมเลวร้าย อาจนำพาสิ่งอัปมงคลมาสู่เหย้าเรือน คนโบราณยังวิเคราะห์จากบุคลิกภายนอก เช่น หากเจอแมวที่มีลายเหมือนเสือโคร่ง (ลายพาดทั้งตัว) หากเลี้ยงไว้สมบัติจะหายหมด ร้ายสุดคือบ้านนั้นจะโดนฟ้าผ่า

อีกหนึ่ง แมวไทย โบราณที่ถูกบันทึกถึงความน่ากลัวของมันคือ แมวสีขาวปลอดทั้งตัว แต่ดวงตาแดงกล่ำเหมือนกระต่าย เลี้ยงไว้ไม่ใช่เรื่องดี เพราะจะตกทุกข์ได้ยาก ซ้ำร้ายคือต้องสูญเสียคนที่รักไป หรืออย่างแมวหางคอดที่เราเห็นทุกวันนี้ ในอดีตไม่นิยมเลี้ยง เพราะคนโบราณมองว่าแมวหางคอดคือแมวให้โทษแก่ผู้เลี้ยง ใกล้เคียงกับความเชื่อที่มีต่อแมวหางด่าง ถูกมองว่าเป็นแมวของอมนุษย์ ไม่ควรนำมาเลี้ยง  

แมวอัปมงคล 6 ชนิด ถูกมองว่าเป็นแมวปีศาจ

ในสมุดข่อยนอกจากจะบันทึกเรื่องราวของแมวพันธุ์ ไทยมงคลที่เลี้ยงไว้แล้วดี แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าคนไทยเราก็มีมุมมองต่อแมวไม่ดี หรือจะเรียกง่าย ๆ ก็เหมือนกับเป็นแมวอัปมงคล ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้าน เพราะจะทำให้เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจ นำสิ่งอัปมงคลมาสู่เหย้าเรือน ลองดูตัวอย่าง แมวอัปมงคล 6 ชนิด มีพันธุ์ไหนบ้าง มาดูกัน

ทุพลเพศ

ทุพลเพศ เป็น แมวไทย ที่ถูกบันทึกว่ามีลักษณะบกพร่องทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นความไม่สมบูรณ์ของร่างกาย สัดส่วนบกพร่อง ลักษณะของทุพลเพศจะมีขนสีขาวทั้งตัว แต่กลับมีสีด่างดำหมองแซมบริเวณห่าง ดวงตาแดงกล่ำสีเลือดเหมือนดวงตาของกระต่ายยามวิกาล อุปนิสัยชอบหลบซ่อนตัวในที่มืด ชอบขโมยปลากินในเวลากลางคืน  มีคติเชื่อกันว่าหากหากเลี้ยงแล้วจะลบล้างสิ่งมงคลภายในบ้าน และจะนำพาความชั่วร้ายมาให้

หิณโทษ

คำว่า “หิณ” มีความหมายว่า เลวทราม ต่ำช้า ส่วนคำว่า “โทษ” ชื่อก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเกี่ยวกับความเสียหาย หรือความตกต่ำขั้นสุด แมวพันธุ์หิณโทษจึงถูกจัดให้อยู่ใน แมวอัปมงคล 6 ชนิด ที่ถูกมองว่าจะนำพาความตกต่ำ ความเสื่อมถอย และความสูญเสียมาให้ ด้วยลักษณะทางพันธุ์กรรมที่เกิดความผิดปกติ ตลอดจนอุปนิสัยก้าวร้าว ชอบหลบซ่อนตัวในมุมมืด

พรรณพยัคฆ์

พรรณพยัคฆ์ คือ แมวพันธุ์ ไทย ที่เข้าตำราแมวห้ามเลี้ยงครบถ้วน ด้วยรูปร่างและสีขนของมันมีสีเหลือง ส้มแดงตัดสลับกันพาดตัวคล้ายลายเสือโคร่ง ดวงตาสีแดงดุดัน โครงร่างใหญ่โต กรามใหญ่ กล้ามเนื้อขาใหญ่คล้ายเสือ อีกทั้งอุปนิสัยที่ไม่เป็นมิตรกับมนุษย์ ชอบขู่ จู่โจมในที่มืด และส่งเสียงร้องขู่ในยามวิกาล พรรณพยัคฆ์ จึงถูกจัดให้เป็น แมวพันธุ์ไทย ที่อาจจะนำพาภัยพิบัติและความสูญเสียทรัพย์สินมาให้

กอบเพลิง

แมวไทย อีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีลักษณะคล้ายแมวศุภลักษณ์ เพียงแต่ต่างกันตรงสีขนน้ำตาลไหม้ บ้างก็เป็นสีเถ้าถ่าน ดูหม่นหมองไม่แจ่มใส พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คล้ายเถ้าถ่านที่หลงเหลือจากกองเพลิงนั่นแหละ ในส่วนนิสัยใจคอมักไม่ชอบอยู่ร่วมกับสัตว์และมนุษย์ ชอบหลบตัว และอาศัยในที่อับชื้น เช่น บริเวณที่มีคราบเถ้าถ่าน แมวสายพันธุ์ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับเพลิง ภัยที่เกิดจากไฟ จึงไม่นิยมเลี้ยงไว้ในบ้าน

เหน็บเสนียด

เหน็บเสนียด ถูกจัดให้อยู่ในหมวด แมวอัปมงคล 6 ชนิด ที่ตรงตามตำราแทบจะทุกข้อ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกเป็นสีดำออกเทาหม่น ขนมีสีดำเปรอะ หยาบกระด้าง ไม่เป็นระเบียบ อีกหนึ่งตำหนิสำคัญที่เข้าตำราคือ หางคดงอ ท่วงท่าไม่สง่างาม เพราะชอบเดินย่อตัวต่ำ ซ่อนหางไว้ใต้ท้อง ชอบอาศัยอยู่ตามที่สกปรก เช่น กองขยะ ใต้ถุนบ้าน ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงมองว่าแมวชนิดนี้จะนำพาสิ่งไม่ดีเข้ามาสู่เรือน หากเลี้ยงไว้จะเสื่อมเสียงชื่อเสียง ถูกนินทาว่าร้าย

ปีศาจ

แม้ว่า แมวพันธุ์ ไทย เกือบครึ่งจะถูกจัดว่าเป็นแมวมงคล แต่สำหรับแมวพันธุ์ปีศาจกลับไม่ใช่แบบนั้น พวกมันมีขนสีดำสนิททั้งตัว แต่กลับไม่เงางาม หยาบกระด่าง มัวหมอง และสกปรก ร่างกายซูบผอม มีดวงตาสีแดงหรือเหลืองดูน่าขนลุก หนึ่งในพฤติกรรมเข้าตำราแมวอัปมงคลคือ นิสัยกินลูกตัวเอง อีกทั้งยังมีพฤติกรรมก้าวร้าว ชอบออกหากินตอนกลางคืน และส่งเสียงร้องในคืนวันพระ พฤติกรรมเหล่านี้สอดคล้องกับพฤติกรรมของปีศาจหรือสิ่งมีชีวิตชั่วร้าย

ติดตามบทความเพิ่มเติมที่ ghostsfolder