ความเชื่อไทยโบราณ ความเชื่อที่คนเฒ่าคนแก่บอกต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะด้วยประสบการณ์ที่พบเห็น การสังเกตสิ่งรอบตัว บางครั้งอาจเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องการบูชาผีตามแนวคิดของคนโบราณก่อนที่ศาสนาจะเข้ามาในเมืองไทยเสียอีก
หากพูดถึง ความเชื่อไทยโบราณ เพื่อน ๆ มักจะเคยได้ยินพ่อแม่มักบอกว่า “เขาว่ากันว่า…” หรือไม่ก็ “คนโบราณเขาห้าม…” ไม่ว่าจะหาเหตุผลได้หรือไม่ นั่นยังคงเป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังสงสัยกันใช่ไหมล่ะ
เอาล่ะ วันนี้ Ghostsfolder อยากมาเล่าเรื่องความเชื่อของไทยในบรรยากาศสบาย ๆ มีทั้งความเชื่อที่คนโบราณว่าทำแล้วดี ควรปฏิบัติ และความเชื่อต้องห้ามที่หากเราดันเผลอไปทำ อาจเกิดลางร้ายไม่รู้ตัว
ความเชื่อไทยโบราณ ควรทำ เรื่องดีส่งผลให้ชีวิตรุ่งเรือง
ก่อนที่จะเข้าสู่ความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับลางร้ายและสิ่งที่ไม่ควรทำ เราอยากพาไปดูความเชื่อที่คนโบราณว่าควรปฏิบัติ เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะนำพาเรื่องดี และนำพาความเจริญมาสู่ชีวิต
ผีเสื้อบินเข้าบ้าน ห้ามจับ
คนโบราณมักจะเชื่อมโยงผีเสื้อกับเรื่องของดวงชะตา การทำนาย และโชคลาภ ดูเหมือนว่าผีเสื้อจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เชื่อกันว่าหากผีเสื้อบินเข้าบ้าน จะนำพาโชคลาภมาให้ ได้รับข่าวดีจากมิตรไกล หรือหากบ้านไหนมีคนเจ็บป่วย อาการเจ็บป่วยจะทุเลาจนหายเป็นปลิดทิ้ง หากผีเสื้อมาเกาะบนตัวคน จะหมายถึง กำลังจะมีโชคลาภครั้งใหญ่เข้ามา เมื่อใดก็ตามที่ผีเสื้อบินเข้าบ้าน ไม่ควรจับปีกมัน แต่ให้เปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้ให้มันบินออกไปสู่ธรรมชาติด้วยตัวเอง
ฝันเห็นงู
เชื่อความเพื่อน ๆ น่าจะเคยได้ยินความเชื่อไทยโบราณที่ว่า “ฝันเห็นงู แล้วจะเจอเนื้อคู่” ซึ่งเรื่องนี้ปรากฏในตำราไทยโบราณจริง เพราะตามตำราไทย งูเป็นตัวแทนของกามารมณ์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะฝันของเราด้วย หากในความฝันเจองูตัวใหญ่เข้ามารัดตัว หมายความถึง โอกาสได้เจอเนื้อคู่ แต่หากงูแค่เลื้อยเฉียดไป หรือมีอะไรบางอย่างร้องเรียกความสนใจจากงู หมายถึง มีคนเข้ามาคุย แต่ยังไม่ถึงขั้นตกล่องปล่องชิ้น ในขณะเดียวกัน ความเชื่อมุมมองใหม่กลับมองว่า หากเป็นงูใหญ่หรือพญานาค จะหมายถึงโชคลาภก้อนใหญ่ หรือจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่
จิ้งจกตกใส่ไหล่
บางคนอาจจะเคยได้ยินคนแก่เล่าว่าจิ้งจกตกใส่ไหล่จะเกิดเรื่องไม่ดี นั่นไม่ใช่ความจริงทั้งหมด หากจิ้งจกตกใส่ไหล่ซ้ายคือลางร้ายเป็นความเชื่อที่มีอยู่จริง แต่ในทางตรงกันข้าม หากจิ้งจกตกใส่ไหล่ขวา ดูเหมือนว่าจะเป็นลางดีเสียมากกว่า เพราะจะเกี่ยวข้องกับโชคลาภก้อนโต เงินทอง โอกาสประสบความสำเร็จในการเงิน การงาน คนโบราณจึงบอกเสมอว่าหากจิ้งจกตกใส่ไหล่ ไม่ว่าจะไหล่ข้างไหน อย่าตีมัน เพียงแค่ไล่แล้วปล่อยมันไป
ขวาร้าย ซ้ายดี
เคยได้ยินไหมที่เขาบอกว่า “ขวาร้าย ซ้ายดี” เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เล่ากันแบบไม่มีที่มาที่ไป แต่เป็นเรื่องที่ถูกบันทึกไว้ในตำราพรหมชาติว่า อาการหนังตากระตุกสามารถใช้เป็นลางบอกเหตุได้เช่นกัน ถ้าตาขวากระตุกมักเกี่ยวข้องกับเรื่องความขัดแย้งและการเสียทรัพย์ แต่ถ้าตาซ้ายกระตุก ความเชื่อไทยโบราณ เขาว่าจะเป็นเรื่องดีมากกว่า โดยมากมักเรื่องลาภลอย ได้ลาภจากญาติมิตรคนไกล
ก้าวขาขวาออกจากบ้าน เป็นสิริมงคล
ความเชื่อนี้ตรงกันข้ามกับอาการหนังตากระตุกโดยสิ้นเชิง การก้าวขาออกจากบ้าน เปรียบเสมือนการได้เริ่มต้นวันใหม่ จะเป็นวันใหม่ที่ดีหรือไม่ดีนั้นขึ้นอยู่กับ “สติ” ก่อนก้าวเท้าออกจากบ้าน คนโบราณบอกกล่าวว่าควรก้าวเท้าขวาก่อนออกจากประตูบ้าน เชื่อว่าจะเป็นวันที่ดี การเดินทางราบรื่น การงานปราศจากอุปสรรค ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง การก้าวเท้าขวาก่อนออกจากบ้าน พร้อมสวดบทกัมมัฏฐาน หรือนะโม 3 จบ หรือบท “พุทโธ ลาภัง อิธะ อะระหัง” เปรียบเหมือนการชนะชัยตั้งแต่แรกเริ่ม
ความเชื่อไทยโบราณที่ถูกมองว่าเป็น ลางร้าย ควรหลีกเลี่ยง
แม้ว่า ความเชื่อไทยโบราณ ที่ได้รับคำแนะนำสั่งสอนจากผู้ใหญ่ตั้งแต่สมัยโบราณ ถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นมาถึงปัจจุบัน เป็นเหมือนกุศโลบายให้มนุษย์เราพึงกระทำเพื่อความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต แต่ในอีกทางหนึ่งก็มีอีกหลายความเชื่อที่คนโบราณกล่าวว่า “ควรหลีกเลี่ยง” หรือถึงขั้น “ห้ามกระทำ” เพราะมองว่ามันเชื่อมโยงกับลางร้าย และสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างในชีวิต
ห้ามซ่อมแซมบ้านขณะมีหญิงตั้งครรภ์
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนโบราณค่อนข้างเคร่งครัดเอามาก ๆ พวกเขามักพร่ำบอกเสมอว่า หากในบ้าน/เรือนนั้นมีหญิงตั้งครรภ์ ไม่ควรซ่อมแซมบ้าน เพราะบ้านมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ หากมีการตอกเสาเข็ม หรือแม้แต่เสียงตอกตะปูเสียงดัง จะทำให้ขวัญเด็กในครรภ์ เมื่อเด็กเกิดมาจะไม่สมบูรณ์ มีรอบตำหนิ ปากแหว่ง หรือเลวร้ายสุดอาจแท้งลูกได้ ยิ่งหากเป็นสามีที่ภรรยากำลังท้องยิ่งไม่ควรกระทำด้วยตัวเอง เนื่องจากการขุดเจาะเสียงดังจะส่งผลต่อดวงชะตาของลูกในท้องได้
ห้ามใส่ชุดดำเยี่ยมคนป่วย
ข้อห้ามนี้เป็นเรื่องที่เราได้ยินกันเป็นประจำในปัจจุบัน เวลาเราไปเยี่ยมคนป่วยที่โรงพยาบาลหรือแม้แต่ในบ้านเขา ผู้ใหญ่มักเตือนเสมอว่า ให้แต่งชุดสีอื่น อย่าแต่งสีดำ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นนะหรอ ก็เพราะว่าสีดำคือสีที่เรามักแต่งกายในงานศพ หมายถึง ความสูญเสีย เรื่องเศร้าโศก การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำไปเยี่ยมคนป่วยเป็นลางร้าย และเปรียบเหมือนเป็นการแช่งผู้ป่วยนั่นเอง
นกตระกวด/นกแสกบินข้ามหลังคาบ้าน
นกตระกวดและนกแสกเป็นสัตว์ในตระกูลเดียวกัน คนท้องถิ่นมีคติความเชื่อว่าสัตว์ประเภทนี้เป็นพาหนะของพญายม ตาม ความเชื่อไทยโบราณ จึงผูกสัตว์ประเภทนี้ว่าเชื่อมโยงกับบางบอกเหตุ โดยเฉพาะเรื่องเล่าที่ว่าหากมันบินผ่านหลังคาบ้านในเวลากลางคืน พร้อมร้องเสียงแหลม เป็นการเตือนถึงความสูญเสีย จะมีคนในบ้านเสียชีวิตภายในเวลา 3-7 วัน เสียงแหลมของพวกมันถูกมองว่าคือเสียงเรียกแห่งวิญญาณ
กระจกห้ามนำมาใช้
คติความเชื่อเกี่ยวกับกระจกไม่ได้มีเพียงแค่ในความเชื่อไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นความเชื่อที่หลายประเทศก็เชื่อแบบเดียวกันว่า “ไม่ควรนำกระจกแตกหรือมีรอยร้าวมาส่อง” กระจกคือเครื่องเรือนที่เราเอาไว้ส่องใบหน้าและร่างกายตัวเอง ร่างกายตัวเราคือพลังและจิตวิญญาณ การนำกระจกที่มีรอยร้าวมาส่องตัวเอง เปรียบเหมือนมองเห็นดวงชะตาที่แหลกสลาย ส่งผลให้เกิดเคราะห์หนัก ถ้าเป็นตามหลักฮวงจุ้ยมักเกี่ยวข้องกับเรื่องความสัมพันธ์ อาจก่อให้เกิดความร้าวฉาน การทะเลาะเบาะแว้ง
ห้ามใช้หวีหัก
คล้ายกันกับความเชื่อเรื่องห้ามส่องกระจกร้าว ทั้งกระจกและหวี คือเครื่องเรือนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความสวยงามของร่างกาย “หวี” คือเครื่องเรือนที่เอาไว้หวีผม ซึ่งศีรษะถือว่าเป็นของสูง หากขณะหวีผมแล้วหวีหัก ให้รีบนำไปทิ้ง ห้ามนำมาใช้ต่อ เพราะสื่อถึงความแตกแยก ความสัมพันธ์อันร้าวฉาน การตัดโชคลาภ หรือถ้าร้ายแรงสุดถึงขั้นมีเรื่องสูญเสีย มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจเกิดขึ้นได้
ความเชื่อไทยโบราณ เรื่องร้าย และลางบอกเหตุ
ใน ความเชื่อไทยโบราณ บางอย่างเราคงเคยได้ยินรุ่นปู่ย่าตายายมักย้ำเตือนเสมอว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ แม้ว่าบางความเชื่ออาจถูกลืมเลือน ไม่สามารถใช้ได้กับยุคปัจจุบัน แต่บางความเชื่อยังคงมีให้ได้ยินกันอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะพิสูจน์ได้หรือไม่ก็ตาม แต่คำสอนเหล่านี้เป็นเหมือนกุศโลบายเตือนให้เราใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท เพราะความประมาทนี่แหละคือหนทางสู่ความเลวร้ายอย่างแท้จริง


