12 สิ่งมีชีวิตตัวแทนแห่งโลกวิญญาณ เมื่อเห็นพวกมันความตายจะมาเยือน

หัวข้อน่าสนใจ

ในหลายประเทศบนโลกใบนี้มีความเชื่อเกี่ยวกับ สิ่งมีชีวิตตัวแทนแห่งโลกวิญญาณ ความเชื่อเหล่านี้เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ความเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ และศาสนา ในความจริง “สัญลักษณ์แห่งความตาย” อาจจะเป็นตัวแทนแห่งศาสนา ศาสดา สิ่งของ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหลายก็เป็นดั่งตัวแทนแห่งวิญญาณ หรือสัญญาณเตือนถึงความตาย

บทความนี้ Ghostsfolder เราจะชวนไปรู้จักกับ ความ หมาย ของสัตว์ ต่างๆ ตามความเชื่อทั่วโลกว่าทำไมพวกมันถูกมองว่าเป็นตัวแทนแห่งความตายหรือมิติที่สาม 

12. ค้างคาว

ความหมายของสัตว์ “ค้างคาว” เปรียบเหมือนสัญลักษณ์แห่งความตายในความเชื่อของหลายประเทศมานมนาน อย่างตามความเชื่อในประเทศนิวซีแลนด์ ค้างคาวนับว่าเป็นตัวแทนแห่งความตาย ด้วยความที่เขาเป็นนกกลางคืนคล้ายกับโฮกิโออิ นกยักษ์ลึกลับตามตำนานเมารี พวกมันมักออกหากินตอนกลางคืน เขามองว่าพวกมันคือตัวแทนแห่งโลกวิญญาณ ถึงขั้นมีคำเปรียบเปรยว่า “ค้างคาวบินในยามพลบค่ำ โฮกิโออิบินในเวลากลางคืน”

ค้างคาว
ค้างคาว ถูกมองว่าคือตัวแทนแห่งโลกความตาย

ในยุโรป ค้างคาวมักเกี่ยวข้องกับตัวละครในนิทานปรัมปราอย่างแวมไพร สิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งสัตว์ที่มีพฤติกรรมดูดเลือดและออกหากินตอนกลางคืน ในช่วงต้นศตวรรษที่ 14 การแพร่หลายของศาสนาคริสต์ ทำให้ชาวยุโรปมองภาพลักษณ์ของค้างคาวคล้ายกับปีศาจ

ในบางความเชื่อมองว่าค้างคาวคือตัวแทนแห่งความโชคร้าย เช่น หากค้างคาวบินเข้าบ้าน จะนำพาความโชคร้ายมาให้ หรือถ้ามันบินชนกระจก จะหมายถึง ฝนกำลังจะตก

11. สุนัข

สุนัข อาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักที่มีภาพจำในความจงรักภักดีและเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ แต่ในอีกหลายมุมมองของคนกลับมองว่ามันคือ สิ่งมีชีวิตตัวแทนแห่งโลกวิญญาณ ตามตำนานความเชื่อโบราณ

เรื่องราวของสุนัขผู้พิทักษ์ปกป้องดวงวิญญาณปรากฏเด่นชัดสุดคือ “อนูบิส” ในตำนานอียิปต์โบราณ ว่ากันว่าอนูบิสเป็นเทพที่มีรูปร่างเป็นมนุษย์เพศชาย แต่มีหัวเป็นสุนัข ทำหน้าที่เป็นผู้นำทางดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตและฟาโรห์ไปยังโลกหลังความตาย อีกทั้งยังเป็นผู้พิทักษ์รักษาศพของผู้เสียชีวิตที่ถูกฝังไว้  

เทพอนูบิส
เทพอนูบิส เทพผู้พิทักษ์และนำทางดวงวิญญาณ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความเชื่อเกี่ยวกับสุนัขกลับไม่ใช่เรื่องน่ากลัวซะทีเดียว อย่างในประเทศอังกฤษมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสุนัขพันธุ์ Xoloitzcuintli ของเม็กซิโกที่ทำหน้าที่ช่วยดวงวิญญาณที่กำลังจะจมน้ำไปยังโลกหลังความตาย ทำให้ภาพจำของสุนัขดำที่เคยเชื่อว่ามันคือปีศาจกลายเป็นคำเปรียบเปรยถึงโรคซึมเศร้าแทน

10. แมงปอ

ความเชื่อที่ว่าแมงปอเป็นตัวแทนแห่งความตายไม่เคยพบปรากฏในตำนานเรื่องใดของโลกตะวันตก แต่ความเชื่อนี้พบได้ในประเทศญี่ปุ่น

แมงปอแดง
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าแมงปอแดงคือผู้ส่งสารดวงวิญญาณผู้ล่วงลับ

ในประเทศญี่ปุ่นมีเทศกาลที่เรียกว่า “โอบง” เป็นเทศกาลที่จัดเพียงปีละครั้ง จุดประสงค์เพื่อต้อนรับการกลับมาของดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับ ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าดวงวิญญาณจะกลับบ้านปีละครั้ง ในช่วงเวลาเทศกาลโอบง จะมีแมงปอสีแดงจำนวนมากบินลงมาจากภูเขาเพื่อผสมพันธุ์ตามฤดูกาลหลังจากขึ้นไปหาอาหารบนภูเขาตลอดทั้งปี ซึ่งช่วงที่พวกมันบินลงมาตรงกับช่วงเทศกาลโอบงพอดี แมงปอ ความหมายของสัตว์ ชนิดนี้จึงถูกมองว่าพวกมันคือ “ผู้ส่งสารแห่งวิญญาณ”

9. อีแร้ง

ไม่น่าแปลกใจนักที่ “แร้ง” จะถูกจัดอันดับว่าคือ สิ่งมีชีวิตตัวแทนแห่งโลกวิญญาณ ตัวแทนแห่งความตาย เหตุผลนี้มาจากพฤติกรรมของมันที่มีจมูกได้กลิ่นสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะตายได้ไกลกว่า 1 ไมล์ พวกมันจะมารวมกันเพื่อเฝ้ารอและรุมทึ้งจิกกินซากศอย่างน่าสยดสยอง

อีแร้ง
สัตว์ที่มาพร้อมกับความกล้าหาญในการเผชิญความตาย

แร้ง มักมีความเกี่ยวข้องกับความตายโดยตรง พวกมันไม่กลัวความตาย แต่กลับบินเข้าหาราวกับว่านี่คือพื้นที่แห่งความสุขและความสงบ

แม้ว่ามุมมองของอีแร้งในสายตาหลายประเทศทั่วโลกจะมองไปทางลบ แต่กลับกันกับทางอียิปต์ที่มองว่าพวกมันคือสัญลักษณ์แห่งความสะอาด พวกเขาเชื่อว่าแร้งทั้งหมดคือเพศเมีย และสามารถวางไข่เองได้โดยไม่มีเพศผู้ แร้งจึงเป็นตัวแทนแห่งเทพีมูต มารดาแห่งสรรพสิ่ง

8. หนู

การที่คนมีความเชื่อว่าหนูคือสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่นัก เรื่องนี้มีที่มาที่ไป เพราะในช่วงศตวรรษที่ 14 หนูเป็นพาหะนำเชื้อ Yersinia pestis แบคทีเรียที่นำไปสู่กาฬโรคในยุคนั้น หรือที่ยุโรปเรียกกันว่า Black Death ยุคแห่งการแพร่ระบาดของกาฬโรคที่คร่าชีวิตคนไปกว่า 25 ล้านคนภายใน 5 ปี หนูจึงกลายเป็นผู้ร้ายที่นำพาความตายมาสู่มนุษย์

หนู
สัตว์ที่ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุกาฬโรคในอดีต

นอกจากเหตุการณ์ Black Death ที่เป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ “หนู” กลายเป็นภาพจำเกี่ยวกับความตายแล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิตของหนูยังถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่อยู่ในที่สกปรก หากที่ใดมีหนู ที่นั่นสกปรก จะนำพาสิ่งไม่ดีมาสู่บ้าน

7. ผีเสื้อ

ในหลายวัฒนธรรมมองว่า “ผีเสื้อ” คือ สิ่งมีชีวิตตัวแทนแห่งโลกวิญญาณ เป็นสัญลักษณ์แห่งการกำเนิดใหม่ ชีวิต ความตาย และโลกของวิญญาณ เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะด้วยวงจรชีวิตของพวกมันช่างน่าอัศจรรย์ การเปลี่ยนแปลงรูปร่างจากหนอน ดักแด้ จนกลายเป็นผีเสื้อสวยงาม

ผีเสื้อขาว
féileacáin เชื่อว่าคือดวงวิญญาณคนรักที่กลับมาเพื่อปลอบโยน

ในตำนานไอริช ผีเสื้อขาว (féileacáin) ถูกเชื่อว่าคือวิญญาณของผู้ตายที่กลับมาเยี่ยมคนรักเพื่อปลอบโยนและทำให้สบายใจ ความ หมาย ของสัตว์ ต่างๆ เกี่ยวข้องกับผีเสื้อขาวยังถูกบัญญัติเป็นข้อกฎหมาย ในศตวรรษที่ 17 การฆ่าผีเสื้อขาวผิดกฎหมาย เพราะพวกเขาเชื่อว่าเขาทำหน้าที่แบกวิญญาณของเด็กที่เสียชีวิตไว้

นอกจากนี้ ยังเชื่อกันอีกว่า “ผีเสื้อ” คือตัวแทนของอิสรภาพ การที่มีมนุษย์มีชีวิตอยู่เหมือนผีเสื้อที่ยังคงอยู่ในดักแด้ เมื่อเสียชีวิตลง ก็เหมือนได้รับอิสรภาพ เหมือนผีเสื้อที่ได้ออกโบยบินไปในอีกโลก

6. จักจั่น

บางคนอาจจะคิดว่าจักจั่นมันเกี่ยวข้องกับความตายยังไง ในไทยเราไม่ค่อยมีความเชื่อเกี่ยวกับจักจั่นในทางไม่ดีเท่าไหร่ แต่สำหรับในประเทศจีน จักจั่นเปรียบเหมือนตัวแทนของชีวิตที่เป็นอมตะและการเกิดใหม่ สืบเนื่องจากวัฎจักรชีวิตของมันที่พอฟักไข่ได้ไม่นาน จักจั่นจะฝังตัวอยู่ในดินและอาศัยอยู่กับรากต้นไม้เป็นเวลา 13-17 วัน ก่อนที่จะโผล่ขึ้นมาบนดิน ลอกคราบ และเปลี่ยนร่างเป็นจักจั่นเต็มวัย

จักจั่น
จักจั่น ตัวแทนแห่งความเป็นอมตะและการเกิดใหม่

จักจั่นที่ตายแล้วเปรียบเทียบกับได้กับการสิ้นสุดของวัฎจักรหนึ่ง เหมือนชีวิตของมนุษย์ เหมือนเครื่องเตือนใจให้มนุษย์ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ในอีกมุมมองความเชื่อยังมองอีกว่า มันเหมือนการสอนให้มนุษย์ทำใจปล่อยวางความคิด ความเชื่อ หรือวิถีชีวิตแบบเก่าที่บางครั้งมันอาจไม่ก่อประโยชน์แก่คุณเลยก็ตาม  

5. นกฮูก

ความเชื่อที่ว่านกฮูกคือ สิ่งมีชีวิตตัวแทนแห่งโลกวิญญาณ ปรากฏให้เห็นในตำนานหลายประเทศทั่วโลก แต่มุมมองกลับแตกต่างกันไปตามแต่วัฒนธรรม บางประเทศมองว่านกฮูกคือสิ่งมีชีวิตลึกลับที่มีความน่ากลัว ความตาย และวิญญาณ แต่ในบางความเชื่อมองว่านกฮูกคือลางดี

นกฮูก
สิ่งมีชีวิตตัวแทนแห่งโลกวิญญาณ

ตามความเชื่อของชนเผ่าอะปาเช่ นกฮูกถูกมองว่าเป็นลางร้าย เนื่องจากมันเป็นสัตว์ที่ออกหากินเวลากลางคืน เสียงร้องของมันยามค่ำคืนช่างน่าขนลุก ยิ่งเชื่อมโยงกับเรื่องเล่าในนิทานพื้นบ้านแถบเมดิเตอร์เรเนียนที่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับหญิงสาวผู้หนึ่งที่มักจะแปลงร่างเป็นนกฮูก เธอร้องเสียงแหลม และมักดูดกลืนวิญญาณของเด็กทารกยามค่ำคืน

ในขณะที่บางความเชื่อกลับมองว่านกฮูกคือลางดี เปรียบเหมือนตัวแทนส่งสารแห่งวิญญาณและการทำนายอนาคต

4. งู

ความเชื่อเกี่ยวกับงูพบได้ในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก อย่างในศาสนาคริสต์ “งู” ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งบาปตามบันทึกในคัมภีร์ใบเบิล มันคือสัญลักษณ์แห่งซาตานและความชั่วร้ายทั้งปวง ในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า งูเคยล่อลวงอดัมกับอีฟให้กินผลจากต้นแห่งความรู้ นั่นคือบาปแรกของเขา ทำให้เขาถูกขับไล่ออกจากสวนเอเดน

งู
งู สัตว์ที่ถูกบันทึกในใบเบิลว่าคือตัวแทนแห่งการหลอกลวง

อีกหนึ่งวัฒนธรรมที่เชื่อว่างูคือตัวแทนแห่งความช่วยร้าย คือเรื่องราวกับที่ปรากฏในตำนานเทพปกรณัมกรีก หรือที่ทั่วโลกรู้จักกันในชื่อ “ตำนานเมดูซ่า” หญิงสาวที่มีผมเป็นงู สายตาดุดันของเธอสามารถสาปคนให้กลายเป็นก้อนหินได้ งูจึงถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการล่อลวงและความตาย

3. แกะตัวผู้

ถ้าพูดถึง ความ หมาย ของสัตว์ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความตาย ภาพของแกะตัวผู้อาจจะดูน่าสงสัยว่ามันเกี่ยวข้องกับความตายหรือลางร้ายยังไง แต่ในบางความเชื่ออย่างในศาสนาอับราฮัม แกะตัวผู้คือ สิ่งมีชีวิตตัวแทนแห่งโลกวิญญาณ มักจะเกี่ยวข้องกับลางร้าย และเป็นสัญลักษณ์แห่งวันพิพากษา

แกะตัวผู้
สัญลักษณ์แห่งวันพิพากษาและลางร้าย

แกะตัวผู้ถูกพรรณว่าเป็นตัวแทนแห่งอำนาจ ความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และความเป็นผู้นำ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ถูกมองว่าเป็นตัวแทนแห่งลางร้ายและความตายได้ด้วยเช่นกัน

2. นกเค้าแมว  

เราพูดถึงความหมายของสัตว์สิ่งมีชีวิตที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนแห่งความตายในแต่ละวัฒนธรรมทั่วโลกกันไปแล้ว ลองหันมามองประเทศไทยบ้านเราก็มีความเชื่อเกี่ยวกับสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับความตาย แน่นอนว่าชื่อแรกที่มักขึ้นมาในหัวของคนเฒ่าคนแก่ก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “นกเค้าแมว” หรือจำพวกตระกูลนกแสกทั้งหลาย

นกเค้าแมว
ตามความเชื่อไทยมองว่าหากนกเค้าแมวบินผ่านจะนำมาซึ่งความตาย

คนโบราณมักพร่าสอนลูกหลานมาตลอดว่า ถ้ามีนกเค้าแมวบินผ่านหรือเกาะหน้าบ้าน จะหมายถึง บ้านนั้นกำลังจะมีคนตาย ทำให้สัตว์ตระกูลนกฮูก นกเค้าแมว หรือแม้แต่นกแสกถูกมองว่าคือสัญลักษณ์แห่งความตาย ลางร้าย หรือบางบอกเหตุอะไรสักอย่าง

1. อีกา

“อีกา” ถูกยกให้เป็นนับเบอร์วันของตัวแทนแห่งความตายที่ไม่ว่าจะวัฒนธรรมไหนก็มองแบบเดียวกันทั้งสิ้น ภาพจำของอีกามักปรากฏให้เห็นอยู่ในสื่อ วรรณกรรม เช่น สนามรบ สุสาน หรือสถานที่ที่มีศพ โดยเฉพาะในภาพยนตร์สยองขวัญ ก็มักจะมีอีกาเป็น Iconic ในเรื่องราวเล่านั้นเสมอ

อีกา สิ่งมีชีวิตตัวแทนแห่งโลกวิญญาณ
Iconic แห่งความตายที่มักปรากฏในสื่อและวรรณกรรมเสมอ

อีกามักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความตายไปโดยปริยาย ด้วยวิถีชีวิตของพวกมันที่มักกินซากศพเป็นอาหาร ที่ใดมีศพ ที่ไหนมีคนตาย ที่นั่นมักจะมีอีกาเสมอ แต่ในบางวัฒนธรรมกลับไม่ใช่แบบนั้น อย่างเช่นในตำนานพื้นบ้านของชาวไอริชมองว่า อีกาคือสัตว์ที่มีความเฉลียวฉลาด คือตัวแทนแห่งปัญญา ครั้งหนึ่งเคยทำนายการนองเลือดในสนามรบ ทำให้ทหารในสนามรบหวาดกลัว ดังนั้น ความเชื่อเรื่องอีกาจึงมองได้ทั้งลางดีและลางร้ายได้ทั้งคู่

สรุป ความหมายของสัตว์ที่ว่ากันว่าพวกมันคือสิ่งมีชีวิตตัวแทนแห่งโลกวิญญาณ

การที่สัตว์เหล่านี้ถูกมองว่าเป็น สิ่งมีชีวิตตัวแทนแห่งโลกวิญญาณ พวกมันมักเกี่ยวข้องกับตำนานความเชื่อพื้นบ้าน ศาสนา และการดำรงอยู่ของมนุษย์ยุคก่อน แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่ามันคือตัวแทนแห่งความตายจริงก็เป็นได้ เพราะสุดท้ายมันก็คือสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งเท่านั้น บางทีอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับมนุษย์เลยก็เป็นได้ แล้วคุณล่ะ มองยังไง…